หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
หมวกกันน็อก ระวังอย่าละเลยการสวมหมวกกันน๊อก

หมวกกันน็อก

ในปี 2552 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 10,717 คน หรือเฉลี่ยวันละ 30 คน โดยกว่า 70% เกิดขึ้นกับรถจักรยานยนต์ เฉลี่ยแล้วมีผู้ขับขี่และซ้อนท้ายเสียชีวิตวันละ 24 คน หรือชั่วโมงละ 1 คน และเฉลี่ยทุก 2 ชั่วโมงจะมีผู้พิการเพิ่ม 1 คน

ต้นปี 2547-2549 ยอดขายรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านคันต่อปี ในปี 2552 ประเทศไทยมีรถจักรยานยนต์จดทะเบียนสะสมรวมทั้งสิ้น 16-17 ล้านคัน คิดเป็นสัดส่วนของการถือครองรถจักรยานยนต์ต่อประชาชน 4 คนต่อคัน

ผลการวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศยืนยันว่า “หมวกกันน็อก” ช่วยลดการบาดเจ็บที่ศีรษะ ความพิกลพิการของร่างกายลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ตลอดจนอัตราการเสียชีวิต แต่จากการศึกษาและอัตราการสวมหมวกกันน็อกในประเทศไทยพบว่า ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ คือมีคะแนนอยู่ที่ 4 จาก 10 คะแนน

ข้อมูลของมูลนิธิไทยโรดส์ ล่าสุด พบว่า มีผู้สวมหมวกกันน็อกขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ 60% แต่มีผู้ซ้อนท้ายสวมหมวกกันน็อกอยู่เพียง 30%

ข้อมูลการเฝ้าระวังการบาดเจ็บของกระทรวงสาธารณสุขพบว่ามีผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ที่เข้ารักษาในโรงพยาบาล มีผู้ขับขี่เพียง 14% และผู้ซ้อนท้ายเพียง 4.7% ที่สวมหมวกกันน็อก โดยครึ่งหนึ่งของการบาดเจ็บรุนแรงจากรถจักรยานยนต์เป็นการบาดเจ็บที่ศีรษะ

ผลการสำรวจในประเทศไทยพบว่า การสวมหมวกกันน็อกช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของการบาดเจ็บได้ประมาณ 72% ลดความเสียชีวิตได้ถึง 39% (ขึ้นอยู่กับความเร็วของรถจักรยานยนต์ในขณะขับขี่) นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ขับขี่ที่สวมหมวกกันน็อกมีอัตราการตายน้อยกว่าผู้ขับขี่ที่ไม่สวมหมวกกันน็อกถึง 38% ขณะที่ผู้ซ้อนท้ายที่สวมหมวกกันน็อก มีอัตราการตายน้อยกว่าผู้โดยสารที่ไม่สวมหมวกกันน็อกถึง 58%

หมวกกันน็อกถูกออกแบบมาให้สามารถจัดการกับแรงกระแทกที่เกิดขึ้นจากการชน มีลักษณะกลมคล้ายกะโหลก ผิวแข็งเรียบ ส่วนใหญ่ผลิตจากวัสดุพลาสติกชนิด ABS ขั้นตอนการผลิตมีการเติมสารลดการติดไฟเพื่อป้องกันการติดไฟของเปลือกหมวกกันน็อก การที่หมวกกันน็อกที่มีสีเข้มสดหรือมีแถบสะท้อนแสงนั้นเพื่อให้มองเห็นได้ในระยะไกล นอกจากนี้ยังมีส่วนประกอบอื่นๆ ที่ช่วยป้องกันอันตรายแก่ผู้สวมใส่ เช่น รองในหมวก, กะบังหน้า, สายรัดคาง, แผ่นปิดหู แผ่นเปิดหลังและคอ เป็นต้น

ปี 2554 เป็นปีแห่งการรณรงค์ส่งเสริมการสวมใส่หมวกกันน็อกแบบ 100% เพื่อความปลอดภัยทางท้องถนน ผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายจึงควรให้ความร่วมมือในการสวมหมวกกันน็อก เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง อย่าไปคิดง่ายๆ ว่าใส่แล้วผมจะเสียทรง ผู้ขับขี่ควรสวมหมวกกันน็อกแม้จะทำให้ผมเสียทรงดีกว่าต้องเสียกะโหลกศีรษะไป!

 

ข้อมูล

-                     จดหมายข่าวชุมชนคนรับสุขภาพฉบับสร้างสุข มกราคม 2554

มติชนออนไลน์
 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194