หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> เรื่องจริงอยากรู้
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
สำรวจสื่อมุสลิมในบริบทไฟใต้…โอกาสท่ามกลางวิกฤติ

สำรวจสื่อมุสลิมในบริบทไฟใต้…โอกาสท่ามกลางวิกฤติ

เลขา เกลี้ยงเกลา
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา

ในยุคสมัยแห่งสังคมข่าวสารที่ “สื่อ” มีวิวัฒนาการมากมายหลายรูปแบบ ทั้งสื่อกระแสหลัก สื่อกระแสรอง สื่อทางเลือก รวมถึง “สื่อใหม่” หรือ New Media ที่กำลังมาแรง หากเรามองผ่านเรื่อง “รูปแบบ” และ “วิธีการสื่อสาร” เหล่านั้นไป และเพ่งมองไปที่ “จิตวิญญาณ” ของการทำสื่อแทน จะพบว่า “สื่อมุสลิม” ที่เกิดจากความตั้งใจของพี่น้องมุสลิมทั้งส่วนกลางและชายแดนใต้ได้เปิดตัว ขึ้นมามากมายอย่างน่าจับตา

          จะว่าไป “สื่อมุสลิม” ปรากฏตัวและมีที่ทางในสังคมไทยมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว รูปธรรมที่เห็นชัดๆ ก็คือ “หนังสือพิมพ์ทางนำ” ที่ปัญญาชนมุสลิมกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันก่อตั้งและจัดทำเมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว ด้วยหวังให้เป็นกระบอกเสียงและสื่อกลางการนำเสนอข่าวสารของมุสลิมในประเทศ ไทย

          แต่ “ทางนำ” ก็หยุดตัวเองลงในเวลาต่อมา และเพิ่งกลับมาเริ่มทำหน้าที่ใหม่อีกครั้งเมื่อปลายปีที่แล้วนี่เอง

          อย่างไรก็ดี จากจุดเริ่มต้นของหนังสือพิมพ์ทางนำ ได้เปรียบเสมือนโครงการนำร่องทำให้มุสลิมไทยลุกขึ้นมาผลิตสื่อกันอย่างครบ วงจร ก่อให้เกิดสื่อมุสลิมแขนงอื่นๆ ตามมามากมาย ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และเว็บไซต์

          บรรดาสื่อสิ่งพิมพ์ก็เช่น นิตยสารนิสาวาไรตี้ นิตยสารอันนาส นิตยสารมุสลิมสันติชน หนังสือพิมพ์พับลิกโพสต์ หนังสือพิมพ์กำปง หนังสือพิมพ์มุสลิมไทย ส่วนเว็บไซต์ก็มีทั้งรุ่นใหญ่อย่าง มุสลิมไทยดอทคอม และรุ่นใหม่ที่เปิดกันอีกมากมายหลายเว็บ รวมถึงเว็บไซต์ของสื่อสิ่งพิมพ์เองเพื่อขยายฐานผู้อ่านในโลกออนไลน์

          ขณะที่รายการโทรทัศน์มักจะผลิตและออกอากาศกันในช่วงเดือนรอมฏอนของทุกๆ ปี เช่น รายการรอมฏอนไนท์ รายการทีวีรอมฏอน เป็นต้น บางสื่อก็ล้มหายตายจากไป บางสื่อก็ยังอยู่ยงมาจนทุกวันนี้

          ที่น่าสนใจก็คือท่ามกลางสถานการณ์ไฟใต้ที่เกิดขึ้นและดำรงอยู่มานานกว่า 6 ปี ได้ก่อให้เกิด “คนทำสื่อ” และ “สื่อมุสลิม” ใหม่ๆ ขึ้นราวดอกเห็ด โดยเฉพาะเว็บไซต์และวิทยุชุมชนที่พยายามเปิดพื้นที่ข่าวสารจากชายแดนใต้กัน อย่างคึกคัก ปรากฏการณ์ของสื่อมุสลิมดังกล่าวนี้คือประเด็นที่น่าคิดวิเคราะห์ไม่น้อยที เดียวว่าเป็นเพราะอะไร และทิศทางของ “สื่อมุสลิม” จะเป็นอย่างไรต่อไป

 

โอกาสท่ามกลางวิกฤติ

          รศ.อิ่ม จิต เลิศพงษ์สมบัติ คณบดีคณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี) มองว่า การผลิบานของสื่อมุสลิมนับเป็นปรากฏการณ์ที่ดีที่ทำให้สังคมภายนอกได้รับรู้ ข่าวสารจากพื้นที่ชายแดนภาคใต้ในหลากหลายมุมมองมากขึ้น

          “ความจริงคนทำสื่อหรือนักข่าวที่เป็นมุสลิมซึ่งเป็นคนในพื้นที่ก็มีจำนวน หนึ่งที่ทำงานอยู่ก่อนแล้ว แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบก็เป็นโอกาสที่เอื้อและเป็นช่องว่างให้คน ที่สนใจสื่อสารเรื่องราวในพื้นที่ได้มีทางเลือกเพิ่มขึ้น บวกกับความต้องการเสพข่าวของสังคม จึงเกิดเว็บไซต์ วิทยุชุมชน และการสื่อสารชนิดอื่นตามกันมา ทั้งด้วยตัวเองและการสนับสนุนจากแหล่งทุนภายนอก ทำให้สื่อมุสลิมเติบโตขึ้น และเป็นปากเสียงให้กับผู้คนรวมถึงสะท้อนความเป็นไปในพื้นที่ เพื่อให้สังคมได้รับรู้ข้อมูลจากหลากหลายความคิดและมุมมอง”

          อย่างไรก็ดี การก่อเกิดจากสถานการณ์เฉพาะ เช่น ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อาจทำให้มองได้ว่าสื่อมุสลิมหลายแขนงที่เปิดตัวขึ้นมาเป็น “สื่อ เฉพาะกิจ” และไม่สามารถยืนระยะได้ แต่ รศ.อิ่มจิต ชี้ว่า โอกาสของสื่อมุสลิมที่จะดำรงอยู่ได้ในระยะยาวขึ้นอยู่กับการตอบรับจาก “คนเสพข่าว” ฉะนั้นหากสื่อมุสลิมมีความน่าเชื่อถือ เที่ยงตรง และนำเสนอข้อมูลในทุกมิติด้วยความเข้าใจทั้งในแง่ของวัฒนธรรมและปรากฏการณ์ จริง โดยเฉพาะการทำ “ข่าวเจาะ” และ “ข่าวเชิงสืบ สวน” ก็ย่อมยืนระยะอยู่ได้อย่างแน่นอน

          “หากสื่อทำหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจและมีความสมดุลรอบด้านด้วยการทำความ จริงให้ปรากฏ ทำให้เกิดความยุติธรรม ก็จะสามารถดำรงอยู่ได้ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร สิ่งนี้ไม่ใช่อุดมคติ แต่ต้องทำให้ปรากฏให้ได้ ซึ่งไม่ใช่แค่คนทำสื่อมุสลิม แต่รวมถึงสื่อทุกสื่อและคนข่าวทุกคนต้องมีสิ่งนี้อยู่ในมโนสำนึก”

          “แม้ช่วงหลังสังคมอาจจะชินชากับข่าวสารร้ายๆ จากพื้นที่ชายแดนภาคใต้ และสื่อหลักบางสื่ออาจมีพื้นที่ข่าวด้านนี้น้อยลง แต่คนทำสื่อในท้องถิ่นเองก็ยังมีความจำเป็น เพื่อสะท้อนความจริงในทุกช่วงเวลา ฉะนั้นหากสื่อมุสลิมเช่น สำนักข่าวอามาน ที่ในอนาคตอาจหมดสัญญากับแหล่งทุน แต่หากเป็นสื่อที่ดีมีสาระ องค์กรและหน่วยงานในพื้นที่ก็ควรสนับสนุนให้ดำเนินการต่อไป”

          รศ.อิ่มจิต ยังเห็นว่า ปรากฏการณ์ผลิบานของสื่อมุสลิมที่เกิดขึ้นถือเป็นคลังความรู้อันมหาศาล เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ในแต่ละช่วงเวลาเพื่อให้คนรุ่นหลังได้คลี่คลาย และถอดรหัส จึงเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นภารกิจที่ไม่สิ้นสุด ไม่ใช่เหตุการณ์สงบแล้วก็หยุดนำเสนอ

 

ศักยภาพยังไม่เต็มร้อย

          หันมาฟังเสียงจากคนทำ สื่อบ้าง รอซิดี ปะดุกา บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์พับลิกโพสต์ ผู้ที่ผ่านประสบการณ์ด้านสื่อและกราฟฟิกดีไซน์มาอย่างโชกโชน  รวมทั้งเป็นหนึ่งในทีมงานหนังสือพิมพ์ทางนำมานับสิบปี กล่าวว่า ปัจจุบันสื่ออินเตอร์เน็ต หรือ "เว็บไซต์" น่าจะเป็นสื่อที่ผลิบานและมีศักยภาพในการนำเสนอข่าวได้ดีกว่าสื่อประเภทอื่น เนื่องจากเป็นสื่อที่ใช้ต้นทุนการผลิตต่ำ มีความรวดเร็วในการนำเสนอ และมีความเป็นอิสระสูงกว่าสื่ออื่นๆ

          ในมุมมองของรอซิดี เขาเห็นว่าหากพิจารณาจากฐานที่เป็นจริงของการทำสื่อ ไม่ว่าจะเป็นสื่อมุสลิมหรือไม่ใช่มุสลิมก็ตาม จะต้องมีฐาน 4 ประการประกอบกัน คือ 1.ทุนในการผลิตสื่อ 2.ความเป็นมืออาชีพ 3.อุดมการณ์และจิตวิญญาณ 4.ความเป็นอิสระในการนำเสนอ

          “เมื่อพิจารณาสื่อมุสลิมอย่างเจาะลึกจะพบว่า องค์กรสื่อมุสลิมมักจะขาดองค์ประกอบดังกล่าวไม่ข้อใดก็ข้อหนึ่ง หรือหลายๆ ข้อ เช่น บางองค์กรมีทุนแต่ขาดความเป็นมืออาชีพและอุดมการณ์ บางองค์กรมีความเป็นมืออาชีพและอุดมการณ์แต่ขาดทุนในการบริหารจัดการ ดังนั้นจึงทำให้องค์กรสื่อมุสลิมส่วนมากไม่มีศักยภาพในการนำเสนอข่าวและเป็น กระบอกเสียงเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และอินเตอร์เน็ตก็ตาม”

          กับ “พับลิกโพสต์” แม้จะไม่ได้กำหนดที่ยืนว่าเป็นสื่อชายแดนใต้โดยตรง แต่ก็ให้ความสำคัญกับปัญหาภาคใต้ในลำดับต้นๆ เสมอ

          “เรามีพื้นที่ข่าวให้สถานการณ์ในภาคใต้ไม่น้อยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ในทุกฉบับ โดยเน้นการนำเสนอข้อมูลจากพื้นที่ในรูปแบบของรายงานพิเศษ สัมภาษณ์ สกู๊ป และอื่นๆ”

          ส่วนมุมมองในแง่ธุรกิจ ในห้วงที่เศรษฐกิจมีโอกาสดิ่งเหวอีกครั้ง รอซิดี บอกว่า ปัจจุบันสื่อกระแสหลักยังแทบเอาตัวไม่รอด สิ่งที่สื่อมุสลิมทำได้ก็คือ ต้องพัฒนาคุณภาพการนำเสนอให้เป็นมืออาชีพ ซึ่งจะเป็นทางรอดในสภาวะการณ์ที่เป็นอยู่

 

มุมมองธุรกิจควบคู่อุดมการณ์

          บัญญัติ ทิพย์หมัด ผู้บริหารเว็บไซต์สำนักข่าวมุสลิมไทยดอทคอม (www.muslimthai.com) ซึ่งเป็นเว็บข่าวเว็บแรกๆ ของมุสลิมในประเทศไทย เปิดตัวมานานนับสิบปีภายใต้แนวคิด “มุสลิมไทยโยงใยมุสลิมโลก” เล่าให้ฟังว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำนักข่าวมุสลิมไทยได้เปิดพื้นที่มุมหนึ่งของเว็บไซต์ให้เป็นพื้นที่ของ “มุสลิมภาคใต้” เพื่อเกาะติดข่าวและรายงานสถานการณ์ต่างๆ ตลอดเวลา จึงได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุผลจากผู้เข้าชมเว็บไซต์ว่า สำนักข่าวมุสลิมไทยสื่อสารข้อมูลเป็นความจริงมากกว่าเว็บไซต์อื่นๆ

          “จะเห็นได้ว่าหากมีการนำเสนอข่าวในเว็บไซต์มุสลิมไทยแล้ว จะมีเสียงตอบรับจากผู้เข้าชมเว็บไซต์ค่อนข้างมาก โดยจะมีการโพสต์ข้อความทั้งผู้ที่เห็นด้วยและเห็นต่าง บางเรื่องที่เว็บไซต์มุสลิมไทยเสนอข่าวไปแล้ว ต่อมาก็จะมีผู้เข้าชมเว็บส่งอีเมล์มาทวงถามความคืบหน้าของแต่ละเหตุการณ์ เป็นระยะๆ แสดงให้เห็นถึงการติดตามข่าวสารแบบเกาะติด”

          บัญญัติ บอกต่อว่า เว็บไซต์มุสลิมไทยมุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์ข่าวในเชิงบวกมากที่สุด โดยยึดหลักสมานฉันท์ของคนในชาติเหนือสิ่งอื่นใด นอกจากนั้นก็ยังทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการประสานเรื่องต่างๆ เช่น การขอรับบริจาค การช่วยเหลือพี่น้องมุสลิมที่เดือดร้อนลำบาก เป็นต้น

          เรื่องความเป็นเอกภาพของสื่อมุสลิมนั้น บัญญัติ มองว่า ดีในระดับหนึ่ง แต่ในเรื่องของศักยภาพยังต้องมีการพัฒนาและปรับปรุงต่อไป

          “ผมคิดว่าสื่อมุสลิมต้องทำงานในเชิงประสานความร่วมมือกันให้มากขึ้น ทั้งสื่อในพื้นที่กับนอกพื้นที่ โดยเฉพาะข้อมูลเชิงลึกและบทวิเคราะห์ นอกจากนั้นยังอยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมเพื่อ สร้างนักข่าวพลเมือง เพื่อให้ประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์จริงสามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างรวด เร็วและตรงไปตรงมา ซึ่งจะส่งผลดีต่อการรายงานข่าวในพื้นที่อ่อนไหวอย่างมาก”

          กับวิกฤติเศรษฐกิจในปัจจุบัน บัญญัติ เห็นว่า สื่อมุสลิมก็เหมือนสื่อทั่วไปที่ได้รับผลกระทบ จึงต้องปรับตัวหรือเปลี่ยนวิธีการ พยายามคิดนอกกรอบให้มากขึ้นเพื่อประคองตัวเองให้รอดพ้นจากวิกฤติ ส่วนเรื่องแหล่งทุนที่จะครอบงำสื่อ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นค่อนข้างยาก เพราะสื่อมุสลิมมีเอกลักษณ์ในการทำงานของตัวเอง และมีเรื่องของศาสนบัญญัติเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

          “การทำข่าวที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงหรือสร้างเรื่องหลอกลวง ถือเป็นความผิดตามหลักการศาสนาอิสลาม ผมจึงคิดว่าด้วยปัจจัยทางด้านคุณธรรมและจริยธรรม จะทำให้แหล่งทุนไม่สามารถเข้ามาครอบงำการนำเสนอข่าวของสื่อมุสลิมได้ และสื่อมุสลิมเองก็มีไม่มากนัก แทบจะรู้จักกันเกือบหมด ฉะนั้นใครทำอะไร อย่างไร ก็จะทราบที่ไปที่มากันอยู่แล้ว” บัญญัติ กล่าว

          ในฐานะคนทำสื่อที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก เขาฝากถึงคนรุ่นใหม่ที่ต้องการทำสื่อในกระแสอิสลามภิวัตน์ว่า ต้องมีแนวคิดด้านธุรกิจควบคู่กับอุดมการณ์

          “คือนอกจากเรื่องอุดมการณ์แล้ว ยังต้องคำนึงถึงเรื่องอุปสงค์ อุปทานด้วย เพราะส่วนมากคนรุ่นใหม่จะทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการหรือสิ่งที่ตัวเองอยากจะ เป็น โดยอาจจะละเลยไปว่าผู้บริโภคคือใคร ต้องการอะไร เหนืออื่นใด สื่อมุสลิมจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและบทบัญญัติของศาสนาอิสลาม”

 

ความเจ็บปวดของคนทำสื่อ

          กว่า สิบปีเช่นเดียวกันที่ “นิสา วาไรตี้” นิตยสารสำหรับครอบครัวมุสลิมยืนหยัดฝ่าฟันหลากหลายกระแสมายืนอยู่แถวหน้า ของวงการสื่อมุสลิม เพื่อเป็นตัวแทนถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ของพี่น้องมุสลิมและเพื่อนรอบโลกผ่านตัวหนังสือ

          บีบี โซเรดา ฟินดี้ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง “หนังสือพิมพ์ทางนำ” ซึ่งวันนี้นั่งเป็นบรรณาธิการบริหาร “นิสา วาไรตี้” มองว่า สถานการณ์ไฟใต้ที่เกิดขึ้นทำให้สื่อมุสลิมทุกแขนงพยายามทำหน้าที่เป็นกระบอก เสียงเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา แต่ก็ยังเป็นสัดส่วนที่น้อยมากหากเทียบกับพื้นที่สื่อในภาพรวม

          “จริงๆ แล้วในส่วนกลางมีองค์กรสื่อมุสลิมหลายองค์กรรวมตัวกันทำงาน แต่ไม่ค่อยมีการประสานงานกับสื่อมุสลิมในพื้นที่ชายแดนใต้เท่าที่ควร ปัจจัยหนึ่งเป็นเพราะสื่อทางใต้ทำงานอย่างเป็นเอกเทศ และไม่ค่อยเชื่อมโยงกับสื่อส่วนกลาง”

          ในโลกยุคทุนนิยม อุดมการณ์กับความเป็นจริงที่เจ็บปวดคือสิ่งที่ บีบี ได้สัมผัสด้วยตัวเอง...

          “มุสลิมไทยไม่ค่อยให้ความสำคัญกับสื่อมุสลิม โดยเฉพาะผู้ที่มีสถานะทางสังคม ส่วนมากมักละเลยที่จะช่วยพยุงให้สื่อมุสลิมยืนหยัดอยู่ได้ จึงเห็นได้ว่าสื่อมุสลิมโดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์กำลังล้มหายตายจากไปเรื่อยๆ แม้บางกลุ่มจะพยายามเกิดขึ้นมาทดแทน แต่ตามสภาพแล้วสังคมมุสลิมละเลยที่จะช่วยกันดูแลสื่อ จึงไม่มีกระบอกเสียงเป็นของตัวเอง”

          “สื่อมุสลิมเจ็บปวดเพราะอุดมการณ์กินไม่ได้ ถือเป็นความจริงที่ควรได้รับการเปิดเผย แต่ใครล่ะจะรับผิดชอบช่วยให้สื่อมุสลิมอยู่ได้ ทั้งๆ ที่เวลามีความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น สื่อคือทางออกและตัวช่วยที่ดี”

          อย่างไรก็ดี บีบี ได้ฝากให้กำลังใจแก่คนรุ่นใหม่ที่มีไฟในการทำสื่อว่า ขอให้สู้ต่อไป และไม่จำเป็นต้องได้รับชัยชนะ ขอเพียงทำเท่าที่ตนเองทำได้ ส่วนชัยชนะหรือความสำเร็จบางครั้งไม่ได้อยู่ที่ตัวเราเอง

          “เราต้องมีศรัทธา มีความเชื่อมั่น ถ้าอยากเป็นสื่อมุสลิม จะถอยเมื่อหมดลมหายใจเท่านั้น นั่นคือนักสื่อสารมวลชนมุสลิมที่แท้จริง” บีบี กล่าว

          เป็นคำฝากทิ้งท้ายที่อธิบายทุกอย่างได้ดีที่สุด!

 

------------------------------------------------------------------

บรรยายภาพ :

1 สื่อมุสลิมที่ยืนหยัดท่ามกลางกระแสทุนนิยมและโลกาภิวัตน์

2 รศ.อิ่มจิต เลิศพงษ์สมบัติ (ภาพจากเว็บไซต์ "บูมีตานี" หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติของคณะวิทยาการสื่อสาร ม.อ.ปัตตานี)

3 หนังสือพิมพ์พับลิกโพสต์

4 โลโก้ของสำนักข่าวมุสลิมไทยดอทคอม

5 หน้าปกนิตยสาร นิสา วาไรตี้

//คัดลอกจาก http://www.isranews.org/isranews/index.php?option=com_content&view=article&id=296:2010-04-20-03-00-29&catid=10:2009-11-15-11-15-01&Itemid=3

By Lekha Kliangklao

Although media outlets catering to the needs of Muslim people have been established here for several decades, not many people of non-Muslim faiths have been aware of their existence.  For instance, Thang Nam newspaper which was first published more than 30 years ago with an aim of serving as a mouthpiece of the Muslim people managed to resume operations late last year after it was forced to close down temporarily due to financial problem.

          Thang Nam newspaper has inspired several Muslims in the far South to launch new publications and other forms of media, including broadcast media and websites, taking advantage of the internet.  But the boom period for the Muslim media was said to start about six years ago in the aftermath of an eruption of a new round of bloody violence in the far South.  Community radio stations, websites and new publications emerged like mushrooms in the rainy season.

           Associate Professor Imchit Lertpongsombat, dean of the Faculty of Communications Technology of Prince of Songkhla University, Pattani campus, described the the Muslim media boom as a healthy phenomenon which will allow people outside the Muslim society to have more access to information from a different perspective about events in the far South.

          She said that, as a matter of fact, several Muslim reporters had been working in the strife-torn region for mainstream newspapers for quite a long time.  However, she noted that the protracted unrest situation has opened a window for the creation of alternative media by Muslim people.

          Associate Professor Imchit admitted that some of the new media might not survive.  In order to survive in the long run, she said that the new media must be credible and straightforward in their presentation of facts, especially in their presentation of investigative reports or in-depth news coverages in order to win the trust of their readers or audience.

          Since mainstream media has limited space for news reports from the far South, the various local Muslim media outlets will help fill up this gap, said Imchit, adding that the flourishing of this alternative media has become a huge source of knowledge for the writing of history about the region.

          A veteran journalist for more than a decade, Rosidee Paduka, managing editor of Public Post newspaper, said that websites or internet news have a better future than the other forms of media because of its speed and low operating costs.

          For the Muslim media to survive in the fiercely competitive environment, he said the media operators must be professional, independent in news presentation, ideological and, more importantly, have strong financial support.

          He pointed out that several of the new media outlets in the region were found to be either short of funding, professionalism or principles.  Thus most of them are not capable of serving as a true mouthpiece of Muslim people, he said.

          As for Public Post newspaper, Rosidee Paduka said the paper had allocated 30 percent of space for news coverage about the deep South.  On business prospect, he admitted that even mainstream media was suffering badly.  For Muslim media, he said it would be harder and the only way to survive under the current economic difficulty is to be more professional in their operations.

          Banyat Thipmad, an executive of  www.muslimthai.com website, said his website was dedicated to news coverages about the unrest situation in the deep South.  He said that the website had received widespread response from readers.  However, he noted that it was important for local media to work more closely with media outside the region in the presentation of more investigate and analytical reports.

          Bebe Soraeda Findee, a founder of Thang Nam newspaper and an executive editor of Nisa Variety magazine, admitted that many Muslims were not interested in Muslim media and did not attach much importance to them.  Hence, many Muslim media did not survive although there are always the newcomers to emerge.

          She appealed for help for the Muslim media if they are to survive.  “Muslim media are in pain because you cannot eat principles.  This is a fact of life.  Who will help the media to survive especially under the present situation when there is still injustice in the society and media can be helpful (in the fight for justice),” she said.

//copy: http://www.isranews.org/isranews/index.php?option=com_content&view=article&id=298:muslim-media-faces-a-tough-time-in-the-deep-south&catid=17:english-article&Itemid=13

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194