หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> เรื่องจริงอยากรู้
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
เทศกาลภาพยนต์กรุงเทพฯ หนังเอเชียน่าสนใจในงานเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่ 7

หนังเอเชียน่าสนใจในงานเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่ 7 (มติชนออนไลน์)


นอกจากหนังไทยที่น่าสนใจในเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่ 7 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-15 พฤศจิกายน ณ โรงภาพยนตร์พารากอน ซินีเพล็กซ์ ซึ่งทางมติชนออนไลน์ได้เคยแนะนำไปแล้ว ในเทศกาลภาพยนตร์ดังกล่าวยังมีหนังเอเชียที่น่าสนใจอีกจำนวนหนึ่ง อาทิเช่น


"Cin (T) a" หรือ "God is a Director"

เทศกาลภาพยนต์กรุงเทพฯ


หนังของผู้กำกับชาวอินโดนีเซีย "แซมมาเรีย ซิแมนจันทัก" ที่เล่าเรื่องราวของหนุ่มสาวคู่หนึ่งซึ่งรักพระเจ้า ขณะที่พระเจ้าก็รักบุคคลทั้งคู่ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองคนกลับไม่สามารถจะรักกันได้ เนื่องจากเขาและเธอนับถือพระเจ้ากันคนละองค์

 

"Flooding in the Time of Drought"


หนังสิงคโปร์ของผู้กำกับ "เชอร์แมน อ่อง" ที่ตั้งคำถามว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากในวันหนึ่งน้ำบริสุทธิ์ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของคนทั้งเกาะหมดไปจากประเทศสิงคโปร์ ขณะที่ผู้คนต่างชาติต่างภาษาต่างพากันอพยพหลั่งไหลเข้ามาเสาะแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าในดินแดนแห่งนี้ไม่ต่างจากกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก


หนังเรื่องนี้ประกอบด้วย 2 องก์ ได้แก่ "Flood" หรือ "อุทกภัย" และ "Drought" หรือ "ภัยแล้ง" และประกอบด้วยเรื่องราวย่อย ๆ 10 เรื่อง 10 ภาษา ของผู้คน 10 สัญชาติ ที่เข้ามาทำงานและพำนักอาศัยอยู่ในประเทศสิงคโปร์ โดยหนึ่งในนั้นก็คือ เรื่องราวของหนุ่มไทยที่ความทรงจำเลือนหาย


"Gulabi Talkies"


หนังอินเดียฝีมือการกำกับของ "กิริช คาซาราวัลลิ" ที่เล่าเรื่องราวของหญิงผู้ใช้ชีวิตโดดเดี่ยวและถูกรังเกียจเดียดฉันท์จากคนรอบข้าง เพราะเธอมีชาติกำเนิดเป็นมุสลิม นอกจากนี้ เธอยังถูกสามีเก่ากีดกันไม่ให้ได้พบหน้ากับลูกชาย ความสุขหนึ่งเดียวของเธอจึงคือการชมภาพยนตร์ วันหนึ่งเศรษฐินีที่หญิงคนนี้ทำคลอดให้ได้มอบโทรทัศน์เป็นของกำนัลให้เธอ ผู้คนรอบข้างจึงเข้ามารายล้อมเพียงเพื่อหวังจะอาศัยชมโทรทัศน์ในบ้านของเธอ อย่างไรก็ตาม แม้โทรทัศน์จะนำความสุขมาให้ แต่ขณะเดียวกัน มันก็นำพาข่าวคราวของสงครามศาสนาที่กำลังคุกรุ่นอยู่ไม่ไกลมาด้วย


"Green Rocking Chair"


หนังที่มีสถานะเป็นดังจดหมายเหตุของชนชาติฟิลิปปินส์ของผู้กำกับที่มีนามแฝงว่า "ร็อกซ์ลี" ซึ่งเล่าเรื่องของนักเขียนนามอุโฆษผู้คิดค้นภาษาของชาวฟิลิปปิโนขึ้นมา แต่เมื่อฟิลิปปินส์ถูกยึดครองเป็นดินแดนอาณานิคม ก็มีการใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษแทนที่ตัวอักษรท้องถิ่น ภาพยนตร์ที่มีทั้งความเป็นสารคดีและเรื่องแต่งเรื่องนี้จึงพยายามตั้งคำถามว่า ร่องรอยของรากเหง้าทางภาษาแบบดั้งเดิมยังคงหลงเหลือและส่งอิทธิพลต่อผู้คนฟิลิปปินส์ในยุคปัจจุบันอย่างไรบ้าง?


"The Red and the White"


ปิดท้ายด้วยหนังอินโดนีเซียอีกเรื่องหนึ่ง ฝีมือการกำกับของ "ยาดี้ ซูกานดี้" หนังย้อนเรื่องราวกลับไปในช่วงที่อินโดนีเซียต่อสู้เรียกร้องเอกราชในปี ค.ศ.1947 ซึ่งมีบุคคลกลุ่มหนึ่งร่วมต่อสู้สร้างชาติมาด้วยกันในฐานะทหารกองโจร แต่ในระหว่างพวกเขากลับมีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงและมีความแตกต่างกันอย่างถึงรากถึงโคนในเชิงชนชั้นทางสังคม, กลุ่มชาติพันธุ์, พื้นเพทางสภาพภูมิศาสตร์, ศาสนา และบุคลิกลักษณะส่วนบุคคล

 ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถตรวจสอบกำหนดการฉายของภาพยนตร์และรายละเอียดของภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ ได้ที่ http://www.worldfilmbkk.com

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก