หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> เรื่องจริงอยากรู้
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
การรวมกลุ่ม หมายถึง ?. คิดให้จบ แล้วค่อยเริ่มนับ 123...

สำนักข่าวมุสลิมไทย

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม 54 ผมไม่ได้ออกไปไหนเลยนอกจากนั่งทำงานที่บ้าน ส่วนหนึ่งก็เฝ้าติดตามข่าวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการกลับมาของ สองคนไทยจากกัมภูชา หรือรวมไปถึง กลุ้มเสื้อแดงรวมตัวกันเดินเล่น จากราชประสงค์ไปราชดำเนิน  หรือบรรดาคนไทยรักชาติ หน้าสำนักนายก ซึ่งก็เรียกได้ว่า แต่ละกลุ่ม ต่างมีเป้าหมาย ต่างมีผลประโยชน์แอบแฝงกันทั้งนั้น

เมื่อวันเสาร์ ได้มีโอกาสไปนั่งฟังการบรรยายของ ฝ่ายกิจการฮาลาล เค้ามีอบรมเกี่ยวกับ ที่ปรึกษาและผู้ตรวจสอบฮาลาล อบรมเรื่อง GMP/HACCP และอื่นๆ ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

จริงๆแล้ว ก็อดยิ้มและภูมิใจกับ สิ่งที่อัลเลาะห์สร้างให้กับมุสลิม ซึ่งมันยิ่งใหญ่มาก เจ้าพวกมาตรฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ISO/GMP/HACCP คิดว่าทุกระบบที่ได้กล่าวมานั้น หากมองถึงคุณค่าแล้ว เทียบไม่ได้เลยกับ Halal

ช่วงบ่ายโมง ท่านจุฬาราชมนตรี ได้เป็นประธานเปิดงาน และได้กล่าวกับบรรดาผู้เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ ไว้อย่างน่าสนใจ ผมขอหยิบประเด็นมาเล็กๆน้อย
“การทำงานใดก็แล้วแต่ ควรตั้งเจตนาให้ดี จงทำเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมาย อย่าให้มีผลประโยชน์แอบแฝง”

ผมรู้สึก “กินใจ” กับคำว่า “ผลประโยชน์แอบแฝง” เพราะท่านจุฬาฯ กล่าวชัดเจน หากเราทำงานหรือทำกิจกรรมใดๆก็แล้วแต่ โดยมีการแอบแฝงหรือมีวาระซ่อนเร้น การงานดังกล่าว ก็จะประสบปัญหาและความยุ่งยากในการทำงาน หรืออาจจะไม่บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ ก็เป็นไปได้

ผมชอบเว็บไซต์ www.fityah.com ซึ่งว่างๆเมื่อไหร่ ก็จะแวะเวียนมาอ่านในเว็บนี้ ครั้งคลิกเห็นบทความ “คิดให้เสร็จ ก่อนตั้งกลุ่ม” ปรากฏว่า “โดน” อีกแล้ว เลยนำมาฝากให้อ่าน

“รวมกันไม่ใช่แขก แยกกันไม่ใช่แจ็ก” เคยได้ยิน คำพูดแบบนี้บ่อยแค่ไหน

นักธุรกิจรุ่นใหม่ หรือนักกิจกรรมรุ่นใหม่ สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องคิดอย่างมีระบบ มองให้จบ ดังเช่น  “Close loop control, algorithm”
โดยการ “เริ่มให้เป็น คิดให้จบ” ว่าท้ายที่สุด ท่านจริงใจแค่ไหน ในการทำกิจกรรม มีผลประโยชน์แอบแฝงหรือไม่
สิ่งเหล่านี้ ในโลกดุนยา ไม่มีใครรู้หรอก มีพระองค์เท่านั้น ที่รู้จริงๆ

 

คิดให้เสร็จ... ก่อนตั้งกลุ่ม   โดย อัล อัค

        ระยะ หลังมีคนสนใจจัดตั้งกลุ่มจำนวนไม่น้อยที่ได้เข้ามาพูดคุยปรึกษาหารือ ขอให้คำแนะนำเกี่ยวกับจัดตั้งกลุ่ม หรือขอข้อสังเกตต่าง ๆ ของการทำงานเป็นกลุ่ม ... ผมก็มักจะเริ่มจากการให้ข้อสังเกตร่วมกัน และจากนั้นให้ข้อแนะนำเท่าที่จะทำได้
             อันแรกที่ผมมักจะเริ่มให้ข้อสังเกตคือ ตั้งแต่ผมเป็นวันรุ่นที่คลุกคลีกับวงกิจกรรมมุสลิมมาจนถึงทุกวันนี้ ยังไม่เคยเห็นการเกิดกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยของคนรุ่นใหม่ที่มากมายเท่าที่เห็น ในระยะนี้เลย จนเพื่อนผมคนหนึ่งกล่าว เข้ามาสัมผัสวงกิจกรรมอิสลามแล้วบอกว่า ยังกับเปิดดูทีวีวันเสาร์-อาทิตย์ที่เจอแต่หนังญี่ปุ่นเป็นตอน ๆ ประเภท “เรนเจอร์” ต่าง ๆ อย่างพวกทีมไอ้มดแดง ทีมมนุษย์ไฟฟ้า มาจนถึงรุ่นอาบะเรนเจอร์ กาโอเรนเจอร์ เฮอริเคนเจอร์ คาคุเรนเจอร์ จูเรนเจอร์ ไทม์เรนเจอร์  ... และอีกหลายเรนเจอร์ที่จำชื่อไม่ไหวแล้ว (ทั้งที่พวกนี้เป็นทีมฝ่ายพระเอก แต่วันดีคืนดีคนสร้างหนังก็นำแต่ละทีมมาลงจอเดียวกัน เกิดการ "ปะทะ" กัน จนเด็กๆได้ลุ้นกันตัวโก่ง)

คำ ถามผมก็คือ เราอธิบายการเกิดกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยแบบทุกวันนี้ว่าอย่างไร?

ผมไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยมันมากเหลือเกิน จนผมที่แม้จะให้ความสำคัญกับการเติบโตของคนหนุ่มสาวมุสลิมก็จำชื่อสับสนไป หมด บางทีผมเรียกชื่อย่อบางกลุ่มไปเป็นอีกกลุ่มจนเกิดความเข้าใจผิด หรือบางทีก็เรียกชื่อยาวๆเต็มๆ ของกลุ่มหนึ่ง แต่คนฟังดันไปเข้าใจเป็นอีกกลุ่มหนึ่งไป
           คำถามผมก็ยังมีอยู่อีกว่า นอกจากคำอธิบายที่ว่า กลุ่มเยอะมันดี เพราะเป็นไปตามความสามารถที่แตกต่างกันแล้ว ย้งมีคำอธิบายอื่นอีกไหมที่มีต่อการกำเนิดกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยที่ออกมาเรื่อย ๆ มีทั้งที่เป็นกลุ่มที่มีชื่ออันไพเราะและเร้าใจสามารถอ้างโยงไปถึงสวนสวรรค์ รวมทั้งกลุ่มนักศึกษามุสลิมที่มีชื่อย่อหลากหลายและหลายพยัญชนะของกลุ่มใน ภาคใต้ตอนล่าง

 

อันดับต่อมา ผมได้นำข้อสังเกตบางประการของรุ่นพี่ในวงกิจกรรมมุสลิมต่อกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่หลากหลายเหล่านี้มาให้เราคิดต่อ รุ่นพี่ท่านนี้ให้ข้อสังเกตว่า เด็ก ๆ รุ่นใหม่ในวงกิจกรรมจำนวนไม่น้อยเริ่มปฏิเสธองค์กรที่เคยมีบทบาทเก่า ๆ และพยายามผลิตกลุ่มใหม่ ๆ ให้กับตนเอง มีคนหนึ่งไปถามพวกเขาบางคนเหมือนกันว่าทำไม ก็มีคำตอบว่า องค์กรเดิม ๆ ไม่คล่องตัว ยึดติดกับกติกาขององค์กรมากเกินไป ทำงานไม่สะดวก

รุ่น พี่ท่านนี้ยังได้ให้ข้อสังเกตต่อไปอีกว่า กลุ่มจำนวนมากของคนรุ่นใหม่ที่เกิดขึ้นมันมักมีกิจกรรมที่ค่อนข้างชั่วครั้ง ชั่วคราว ไม่เน้นการจัดระบอบที่แข็งแกร่ง มักจะรับใช้แนวคิดเฉพาะในสายของตัวเอง และขาดบรรยากาศที่สมานฉันท์กับแนวคิดคนละสายที่อาจมีข้อแตกต่างในการตีความ บางประเด็นย่อยๆเท่านั้นเอง

 

ข้อสังเกตก็ยังคงต้องไปหาคำตอบและพิสูจน์กันต่อไป แต่สำหรับผมนั้น การที่คนหนุ่มสาวมุสลิมรวมตัวกันจัดกลุ่มทำงาน มองโดยพื้นฐานเป็นเรื่องทีดี ... เมื่อหลายคนที่อยากตั้งกลุ่มอยากได้รับคำแนะนำจากผม ผมก็พอให้คำแนะนำได้บ้าง ดังเช่น

 ประการแรก กลุ่มทำงานต้องอิงกับแนวคิดที่เป็นสากลของอิสลาม แม้จะทำงานในระดับท้องถิ่นหรือในสนามเฉพาะก็ตาม แนวทางของกลุ่มที่ผมปฏิเสธเสมอมาคือ กลุ่มที่อิงกับท้องถิ่นหรือเผ่าพันธ์ การเป็นมุสลิมที่เป็นชาติพันธ์เดียวกัน หรือท้องถิ่นเดียวกัน มันอาจเร้าใจกับคนที่มีอารมณ์แบบท้องถิ่น แต่สำหรับคนที่มีแนวคิดสากลของอิสลามแล้วมันได้อารมณ์คนละอย่าง
           ผมเคยอ่านพบในหนังสือของนักดะอฺวะฮฺที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งที่เขารู้สึกสลดใจ ที่มุสลิมเราในยุโรปต่างแบ่งสมาคมกันตามเผ่าพันธ์ แบ่งมัสญิดกันตามภาษาและเชื้อชาติ ความจริงการรวมกลุ่มของคนมุสลิมประเทศหนึ่งที่ ไป อยู่ในอีกประเทศหนึ่งเพื่อช่วยเหลือกันในเรื่องวีซ่า เรื่องการส่งเงิน หรืออื่น ๆ เป็นเรื่องที่ดี แต่เมื่อไรที่มันล่วงไปในขอบเขตที่ไม่เหมาะสม มีการจับกลุ่มกันช่วยเหลือกันเพราะเป็น “เผ่า” เดียวกัน แสดงให้เห็นว่า กลุ่มเช่นนี้กำลังแสดงการเป็นปฏิปักษ์กับความเป็น “สากล” ของอิสลาม
           ลักษณะเช่นนี้ปรากฏในรั้วมหาวิทยาลัยหลายแห่งที่แบ่งคนกันด้วยท้องถิ่น ภาษา แล้วต่างกลุ่มต่างเล่นการเมืองเพื่อให้กลุ่มตนได้ผลประโยชน์มากที่สุด ผมปฏิเสธกลุ่มลักษณะเช่นนี้โดยสิ้นเชิง ในสมัยนักศึกษาพวก ๆ ก็เคยชวนจัดกลุ่มมุสลิมที่เป็นท้องถิ่นของผมเอง แต่ผมปฏิเสธแบบไร้เยื่อไย เพราะรู้สึกว่ากำลังทรยศต่ออุดมการณ์ที่ตนเองศรัทธา

ความ จริงการอ้างกลุ่มอิสลามกับท้องถิ่นก็มีประโยชน์ ถ้ามันอยู่ในที่ที่เหมาะสม อย่างเช่น กลุ่มมุสลิมภาคอีสาน ถ้ามันเคลื่อนไหวเพื่อประโยชน์ของมุสลิมในภาคอีสานที่มีน้อยและอยู่กัน กระจายในพื้นที่ที่กว้างมาก หรือกลุ่มมุสลิมอันดามันที่ทำงานให้ความรู้กับคนในพื้นที่จังหวัดอันดามัน แต่ถ้าเกิดมีการจัดกลุ่มมุสลิมรักหนองจอกขึ้นที่แถวหาดใหญ่ ที่เน้นการคบหาสมาคมระหว่างคนหนองจอก ไม่ค่อยร่วมสังสรรค์กับมุสลิมในพื้นที่ ผมว่ามันดูไม่ปกติมากเลยล่ะ


            แต่การอ้างอิงเผ่าพันธ์นั้นต้องระวังกว่าท้องถิ่นหลายเท่า กรณีที่ผมเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ก็คงเป็นกลุ่มเผยแผ่อย่างชาวจีนมุสลิมใน มาเลเซีย เพราะการอ้างนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับยึดติดกับเชื้อชาติ แต่การอ้าง “จีนมุสลิม” เป็นการแสดงความเป็นสากลของอิสลามให้สังคมมุสลิมส่วนใหญ่ที่เป็นมลายูได้รับ รู้ว่าคนจีนก็เป็นมุสลิมได้เท่า ๆ กับมลายู และให้คนจีนที่ไม่ได้เป็นมุสลิมเห็นถึงความเป็นสากลของอิสลามว่าไม่ได้อยู่ เฉพาะคนมลายู

 

ประการที่สอง ผมได้ให้คำแนะนำกลุ่มทำงานเพื่อรับใช้อิสลามว่า กลุ่มทำงานอิสลามนั้นไม่ควรทำตัวเป็นสำนักนิติศาสตร์แบบปิด คือมีการใช้ทัศนะของตนในเชิงนิติศาสตร์ที่ยังไม่ยุติไปกำหนดเป็นข้อปฏิบัติ ให้สังคมโดยกว้าง ญะมาอะฮฺสากลแทบทุกกลุ่ม ไม่ว่าตับลีฆ อิควาน หรือญะมาอะฮฺอิสลามียะฮฺ(ของท่านเมาดูดียฺ) ต่างก็ใช้นิติศาสตร์แบบเปิดที่ยืดหยุ่น ผมคิดว่าแม้แต่ผู้นำนิติศาสตร์ในอดีตอย่างอิหม่ามทั้งสี่มัซฮับ พวกเขาฟัตวาในเชิงนิติศาสตร์แบบหนึ่ง แต่เวลาพวกเขากำหนดข้อปฏิบัติให้แก่คนทั้งหมด พวกเขาก็จะใช้นิติศาสตร์แบบเปิด ดังอิหม่ามมาลิกปฏิเสธเคาะลีฟะฮฺสมัยนั้นที่จะนำฟิกฮฺมัซฮับของท่านไปประกาศ ให้ทุกคนใช้ ดังอิหม่ามอะฮฺมัดให้ความยืดหยุ่นระหว่างการปฏิบัติตามฟัตวาของท่านกับการ ปฏิบัติต่อฟัตวาของคนอื่น ๆ เป็นต้น


            ผมแนะนำบ่อย ๆ ว่า กับกลุ่มที่นิยมในฟัตวาของเชคดร.ยูซุฟ อัล-เกาะเราะฎอวีย์ว่า เรารับฟัตวาของท่านหรือไม่รับก็ได้ คือเราต้องมีเหตุผลในการรับฟัตวาของท่านมาใช้ ฟัตวาส่วนใหญ่ควรเปิดกว้าง บางฟัตวาเราควรจะต้องพิจารณาในบริบทของเรามากกว่า แม้โดยส่วนตัวเราอยากรับฟัตวาของเชคคนนั้นเชคคนนี้ก็ตามเถอะ เพราะกลุ่มคือกลุ่มทำงานดะอฺวะฮฺ ไม่ใช่สำนักนิติศาสตร์ ไม่ใช่ที่รวมกันอยู่ของพวกนักปฏิบัติตามมัซฮับใดมัซฮับหนึ่งเป็นการเฉพาะ ... ยกเว้นว่า เราตกลงร่วมกันว่า หากเป็นเรื่องสาธารณะแล้วเกิดขัดแย้งกัน เรายินยอมจะใช้การฟัตวาของเชคคนใดคนหนึ่ง หรือการฟัตวาร่วมกันของคณะอุละมาอ์ชุดใดชุดหนึ่ง
            ต้องบอกไว้นิดหนึ่งว่า คำว่าสำนักนิติศาสตร์นั้น ไม่ได้หมายความแค่สำนักฟิกฮฺทั้งสี่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเชื่อฟังนักฟัตวาคนใดคนหนึ่งเป็นการเฉพาะ ซึ่งเทียบเคียงได้กับสำนักนิติศาสตร์แบบปิดนั่นเอง
             ผมบอกคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างกลุ่มไปหลายคนว่า อย่าให้กลุ่มเราตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของนิติศาสตร์แบบปิด แม้ว่าเราโดยส่วนใหญ่หรือทั้งกลุ่มจะนิยมแบบนั้นก็ตาม ผมไม่อยากเห็นกลุ่มทำงานที่มีวิธีกระดิกในละหมาดในจังหวะเดียวกันหมด ผมไม่อยากเห็นกลุ่มทำงานกำหนดให้การกูนูตในศุบฮฺหรือไม่กุนูตเป็นนโยบายของ กลุ่ม หรือกลุ่มทำงานมุสลิมะฮฺของเรากลายเป็นชมรมคนปิดหน้า หรือชมรมคนเปิดหน้าไป
              ผมย้ำให้เรารักษาความหลากหลายเอาไว้ ผมพูดเช่นนี้ก็มีคนท้วงขึ้นว่า เราควรปฏิบัติตามหลักฐานที่ชัดเจน ... ผมบอกว่า ประเด็นที่ผมพูดมันเป็นข้อปฏิบัติที่อยู่ในการวินิจฉัยอันแตกต่างกันของนัก นิติศาสตร์แถวหน้าของอุมมะฮฺ ข้อเท็จจริงคือเราพบการปฏิบัติที่เปิดกว้างในการตีความระหว่างเศาะฮาบะฮฺและ ชนรุ่นแรกของอิสลาม เมื่อเขาเป็นคนกลุ่มคนที่ดีที่สุดยังคงแตกต่างกันได้ แล้วนับประสาอะไรกับเราเล่า

 

ข้อแนะนำประการที่สามก็คือ การจัดตั้งกลุ่มจะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ในสนามดะอฺวะฮฺเป็นสำคัญ ... เหตุผลนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก แม้แต่กลุ่มที่มีแนวคิดดี มีการปฏิบัติเรื่องอิสลามที่ดีมาก แต่กลับไปประกาศตั้งกลุ่มในรั้วมหาวิทยาลัยที่มีชมรมนักศึกษามุสลิมอยู่ ผลที่สุดก็จะเผชิญหน้ากับชมรมเอง ซึ่งเปรียบเสมือนมัสญิดในมหาวิทยาลัย แต่กลับมีคนตั้งมัสญิดซ้อน ผมจึงห้ามเด็กนักศึกษาที่ผมรู้จักในการจัดกลุ่มนักศีกษามุสลิมที่เคียงคู่ไป กับชมรมในรั้วมหาวิทยาลัย เพราะถึงชมรมมีข้อบกพร่องอย่างไร แต่โดยส่วนใหญ่เราก็สามารถเข้าไปช่วยงานด้านในด้านหนึ่งที่ก่อประโยชน์ใน รั้วมหาวิทยาลัยได้ดีกว่าการตั้งกลุ่มใหม่ที่ต้องขัดแย้งกับชมรมตลอดทั้งปี และหลาย ๆ ปี ดังนั้น แทนที่เราจะได้ทำงานเชิญชวนเปลี่ยนแปลงคนที่ขาดความเข้าใจหรืออ่อนแอ ก็กลับกลายเป็นเราต้องสูญเสียเวลามากมายมาวิจารณ์กัน นินทากันเอง ...
           เช่นเดียวกันในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ทะเลาะกันจนต้องแยกมัสญิด เพราะเป็นคนละมัซฮับ ความจริงเหตการณ์ในอดีตบางพื้นที่นั้นมีความรุนแรง ซึ่งพอจะเข้าใจได้ แต่ผมเคยบอกหลายครั้งแล้วว่า ในอนาคตยากที่จะมีมัสญิดใดจะมีคนมัซฮับเดียวร้อยเปอร์เซ็นต์(ผมหมายถึงมัซ ฮับที่ถูกต้องในแนวอะฮฺลุซซุนนะฮ) เราต้องหาทางอยู่ด้วยกันให้ได้ ตอนนี้เองก็มีกรณีอย่างนี้เกิดขึ้นหลายมัสญิด ผมสนับสนุนให้พยายามอยู่ร่วมกัน เรียนรู้ร่วมกัน และหาทางออกบนพื้นฐานของความเป็นพี่น้อง ….ผมให้กำลังใจในหลายที่ที่เกิดกรณีอย่างนี้ให้แสวงหาการอยู่ร่วมกันบนหลักการที่ถูกต้อง จะได้เป็นตัวอย่างให้กับที่ต่าง ๆ อีกด้วย
             การคำนึงถึงผลประโยชน์ที่สนามดะอฺวะฮฺจะได้รับจากสังคมเป็นเรื่องสำคัญมาก ผลของมันอาจจะทำให้เราต้องมีหลายกลุ่มก็เป็นไปได้ กลุ่มหนึ่งอาจถนัดเรื่องเศรษฐกิจ กลุ่มหนึ่งอาจถนัดด้านการศึกษา หรือกลุ่มหนึ่งก็อาจถนัดเรื่องเยาวชน เป็นต้น

 

คำแนะนำประการที่สี่ ถือว่าสำคัญที่สุดที่ต้องประกอบกับคำแนะนำข้างต้นคือ เราต้องไม่หลงประเด็นว่า การทำงานอิสลามนั้นคือการเรียกร้องไปสู่อัลลอฮฺ หรือ “ดะอฺวะฮฺ อิลัลลอฮฺ” เราอย่าให้การทำงานของเรากลายเป็นการเรียกร้อง “ไปสู่” สิ่งอื่น ๆ ซึ่งสิ่งอื่นที่ว่านี้อาจไม่ได้เป็นสิ่งที่เราระวังอย่างหลักการที่ผิดต่าง ๆ แต่อาจเป็นสิ่งที่ปรากฎในป้ายชื่อของเราเอง นั่นก็คือกลุ่มทีเราสังกัดอยู่ ต้องระวังว่าอย่าให้การพูดถึงกลุ่มกลายเป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่าการพูดถีงอัล ลอฮฺ ร่อซูล และอิสลาม ยิ่งกว่าการพูดถึงผลประโยชน์ของอุมมะฮฺโดยรวม
            การเน้นความสำเร็จของกลุ่ม การเป็นเลิศของกลุ่ม มันจะนำไปสู่การเปรียบเทียบและทับถมกลุ่มอื่น ๆ แม้จะไม่ได้กล่าวตรง ๆ  ก็ ตาม อย่างเช่น ญะมาอะฮฺของเราทำงานครบทุกระบอบ(เท่ากับญะมาอะฮฺคนอื่นทำได้บางส่วน) ญะมาอะฮฺของเราจำอัล-กุรอานมากที่สุด(ญะมาอะฮฺอื่นจำได้ไม่เท่า) ญะมาอะฮฺของเรายืนหยัดในซุนนะฮฺ (ญะมาอะฮฺอื่นไม่ยืนหยัดในซุนนะฮฺ) ... เอาเถอะมันก็อาจเป็นเช่นนั้นจริง ๆ แต่ก็ไม่ควรเอาไปพูดถึงให้มากนัก ให้คนในญะมาอะฮฺอื่นเขาชมจะดีกว่า
           ในทางตรงกันข้าม เราก็ต้องหัดชื่นชมญะมาอะฮฺอื่น ๆ ในเรื่องที่เขาเด่นจริง ๆ เพราะอย่างไรเขาเป็นส่วนหนึ่งของการค้ำจุ้นอุมมะฮฺที่เราต้องภาคภูมิใจ เราต้องชื่นชมบางกลุ่มที่ขมักเขม้นในการเดินสายออกบรรยายให้ความเข้าใจอิส ลามกับชาวบ้าน เราต้องดีใจที่บางกลุ่มจัดโรงเรียนหะฟิซให้เด็กๆของเราจำอัล-กุรอานได้มาก มาย ผมเองอยากให้คนที่ไม่ออกดะอฺวะฮฺกับพี่น้องตับลีฆหัดชื่นชมเมาลาอิลยาสซะ บ้าง เพราะผมมั่นใจว่าท่านก็คือนักฟื้นฟูอิสลามคนสำคัญท่านหนึ่งที่อุมมะฮฺต้อง ภูมิใจ
           การจัดกลุ่มจะต้องไม่เกิดขึ้นเพื่อให้กลุ่มเราเป็นศูนย์กลาง หรือให้กลุ่มเรายิ่งใหญ่กว่ากลุ่มอื่น ๆ  อาการ เช่นนี้อันตรายและน่ากลัวอย่างยิ่ง คนที่คิดเช่นนี้มันแสดงให้เห็นว่าที่เขาอยากมีกลุ่ม เพราะกลุ่มทำให้เขากลายเป็นคนสำคัญ ให้เขากลายเป็นคนที่รับใช้อิสลามที่สังคมรู้สึกทึ่ง อาการอย่างนี้เป็นดังที่อุละมาอ์ท่านหนึ่งเคยเตือนคนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อย ที่ชอบพูดถึงเรื่องญิฮาดในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งที่งานอิสลามที่เขาจำเป็นต้องทำกลับไม่ให้ความสำคัญ มันกำลังแสดงให้เห็นว่า เขาให้ความสนใจเฉพาะเรื่องที่ทำให้ผู้คนต้องหยุดฟัง เรื่องที่ผู้คนต่างตาลุกด้วยความประทับใจ ... วัลลอฮุ อะอฺลัม


          ข้อสังเกตและข้อแนะนำต่าง ๆ เหล่านี้ไม่เพียงที่ให้คนที่อยากจัดกลุ่มต้อง “คิดให้เสร็จ” เท่านั้น  แต่ยังขอมอบให้องค์กรที่จัดตั้งเสร็จแล้วหรือทำงานกันมานานแล้วให้กลับมา “คิดใหม่” หรือทบทวนตนเอง
          การจัดกลุ่มหรือการทำงานเป็นกลุ่มมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้อีกหลายอย่าง เช่น ความเข้าใจอิสลาม การศึกษายุทธศาสตร์แบบอิสลาม การนำการบริหารแบบอิสลามาใช้ เป็นต้น รวมทั้งการสร้างความสมดุลในเกิดขึ้นในกลุ่มคนทำงานอิสลาม เช่น การประสานระหว่างจิตวิญญาณและกิจกรรมของกลุ่ม การทำให้กลุ่มตัวเองแข็งแรงพร้อมกับการสนับสนุนให้กลุ่มอื่น ๆ เติบโตเช่นกัน การเน้นความกระจ่างชัดในภาคทฤษฎีและความแข็งแกร่งในภาคปฏิบัติ เป็นต้น
          ผมอยากจบลงด้วยการให้กำลังใจกับกลุ่มทำงานทุกกลุ่ม แม้บางกลุ่มจะมีน้อย แต่ความน้อยไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ความมากไม่ได้เป็นเงื่อนไขของความสำเร็จ ดังที่ผมมักเกริ่นนำทุกครั้งในการอบรมคนทำงานของทุก ๆ กลุ่มว่า  ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการทำงานอิสลามอยู่ในตัวตนของ “คนทำงานอิสลาม” แต่ละคน ซึ่งถือว่าเป็น “เงื่อนไข” ของการประทานความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮุ วะตาอาลา
         อย่าลืมกฎข้อนี้ในสนามการทำงานรับใช้อิสลาม

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194