หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> เรื่องจริงอยากรู้
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
เรียงความเรื่องแม่ ชมเชย

สำนักข่าวมุสลิมไทย บทความเรื่อง แม่ของฉัน


       คำว่า แม่  ความหมายตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หมายถึง หญิงผู้ให้กําเนิดหรือเลี้ยงดูลูก, คําที่ลูกเรียกหญิงผู้ให้กําเนิดหรือเลี้ยงดูตน ซึ่งความหมายแค่นี้ไม่อาจครอบคลุมได้ถึงบุญคุณอันใหญ่หลวงของแม่ที่มีต่อลูกทุกคนได้ เพราะแม่มีความหมายมากมายลึกซึ้งมากกว่านั้น

แม่ คือ คนที่มีบุญคุณแก่บุตรมากกว่าบุคคลอื่น เพราะแม่คือคนที่อุ้มท้องเรามาเก้าเดือน แม่ต้องคอยทะนุถนอมเราตั้งแต่เราอยู่ในครรภ์ ไม่ให้เราได้รับอันตราย เราสร้างความทรมานให้แก่แม่ของเรา

ตั้งแต่เราอยู่ในท้อง เราทำให้ท่านทานอะไรไม่ได้เลย แม่ไม่ได้ทานในสิ่งที่ชอบทาน แม่ต้องดูแลตัวเองและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากที่สุดถึงแม้ว่าแม่จะไม่ชอบมันก็ตามแต่แม่ก็ต้องทานมัน เพื่อเราจะได้เติบโต สมบูรณ์ แข็งแรงตั้งแต่อยู่ในครรภ์  และสิ่งที่ทำให้ท่านเจ็บปวดทรมานอย่างที่สุดที่ต้องเสี่ยงระหว่างความเป็นกับความตาย คือ ยามที่ท่านคลอดเราออกมา

ตอนเราเป็นทารกแม่ก็ให้น้ำนมจากอกให้เราได้ดื่มกิน ต้องอดตาหลับขับตานอนในยามที่ลูกร้องไห้ไม่สบาย ใจของแม่ก็ไม่สบายไปด้วย แม่ต้องหลั่งน้ำตาครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะสงสารและห่วงใยลูก

เรียงความ

ทั้งหลายทั้งปวงนั้นแม่ทนได้ ไม่ว่าจะเหนื่อยยากลำบากแทบขาดใจสักเท่าไหร่ ขอแค่ลูกมีความสุขสบาย แค่นี้แม่ก็มีความสุขแล้ว เมื่อเราโตพอที่จะไปโรงเรียนได้ แม่ก็จะส่งให้เราได้เรียนหนังสือเพื่อให้เรามีวิชาความรู้ติดตัวไว้ใช้ในอนาคตภายภาคหน้า หาปัจจัยยังชีพทุกอย่างมาให้เรา ไม่ว่าจะยากเย็นแค่ไหน ไม่ว่าจะขัดสนยังไง

คนเป็นแม่ก็ทำทุกอย่างเพื่อลูกได้เสมอ ไม่มีคำพูดหรือบทกวีใดๆที่จะมาบรรยายถึงบุญคุณของแม่ได้ ถึงแม้ว่าเราจะเอาน้ำทะเลทั้งมหาสมุทรในโลกนี้มาทำเป็นน้ำหมึก เอาแผ่นฟ้าและพื้นปฐพีมาเรียงต่อกันก็ไม่สามารถบรรยายถึงบุญคุณอันใหญ่หลวงของแม่ได้หมด และเราก็ไม่สามารถทดแทนบุญคุณของแม่ได้หมดเช่นกัน 

ด้วยเหตุนี้ท่านนบี (ซ.ล.) จึงกล่าวถึงคำว่าแม่ถึงสามครั้ง แล้วจึงกล่าวถึงพ่อ ดังหะดีษที่ว่า “ได้มีชายคนหนึ่งได้มาหาท่านนบี   และได้ถามท่านนบีว่า โอ้ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ใครคือบุคคลที่สมควรยิ่งในการเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน ท่านนบี  ทรงตอบว่า แม่ของเจ้า ชายคนนั้นถามต่อไปว่า แล้วใครอีก ท่านนบี  ทรงตอบว่า แม่ของเจ้า ชายคนนั้นถามต่อไปว่า แล้วใครอีก ท่านนบี  ทรงตอบว่า แม่ของเจ้า ชายคนนั้นถามต่อไปว่า แล้วใครอีก ท่านนบี  ทรงตอบว่า พ่อของเจ้า”

จากหะดีษดังกล่าวข้างต้นพระองค์ทรงย้ำถึง "แม่" เป็นกรณีพิเศษ เพราะแม่นั้นต้องรับภาระหน้าที่ในการเลี้ยงดูหนักกว่าพ่อ และทุกๆอย่างที่ท่านทำเพื่อเรา ไม่มีทฤษฎีหรือเหตุผลอื่นใดนอกจากว่า แม่รักเรา รัก โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆจากเราและรักเราโดยไม่มีเงื่อนไขที่จะรัก หัวใจของแม่ทั้งดวงขอมอบให้ลูกอันเป็นที่รักตลอดไป และเราก็ไม่สามารถหาความรักที่เที่ยงแท้และบริสุทธิ์แบบนี้ได้ที่ไหนอีกแล้ว นอกจากผู้หญิงคนเดียวในโลกที่ได้ชื่อ“ว่าเป็นแม่ของเรานั่นเอง”

สำหรับตัวหนูเองนะคะ แม่เป็นได้ทุกสิ่งทุกอย่าง  แม่ คือ กรรมกรที่ทนแบกท้องหนูมา 9 เดือน โดยไม่รับค่าแรงแม้แต่บาทเดียว แม่ คือ ตำรวจที่ปกป้องและดูแลหนูตลอด 24 ชม.ตอนที่หนูอยู่ในท้องโดยไม่บ่นแม้แต่สักคำเดียว

แม่ คือ นักร้องคนแรกที่คอยขับกล่อมเสียงเพลงอันไพเราะให้หนูฟังตอนหนูนอนหลับ

แม่ คือ พยาบาลที่คอยดูแลและรักษาหนูโดยไม่รับค่ารักษาพยาบาลเลย

แม่ คือ คุณครูคนแรกที่คอยสอนให้หนูพูด อ่าน เขียน ตั้งแต่หนูยังเยาว์วัย คอยอบรมสั่งสอนให้หนูเป็นคนดี

แม่ คือ ฝ่ายปกครองที่คอยเคี่ยวเข็ญให้หนูได้ดี ทำโทษเมื่อหนูทำผิด

แม่ คือ ตู้ ATM ที่หนูสามารถเบิกถอนได้ตลอดเวลาแต่ไม่ต้องใช้คืน

แม่ คือ กยศ.ที่หาเงินมาให้หนูเรียนได้แม้จะไม่มีเงินก็ตาม

แม่ คือ แสงสว่างที่หนูเห็นตอนไม่เหลือใครยามที่หนูท้อแท้และหมดกำลังใจ แม่ก็จะอยู่เคียงข้างหนูเสมอ

แม่ คือ CPU ที่สามารถ(ประมวลผล)ทำตามขอของเราได้

แม่ คือ Google ที่สามารถหาให้เราได้ทุกสิ่งที่เราต้องการ

แม่ คือ เพื่อน ที่หนูสามารถปรึกษาได้ทุกเรื่อง เข้าใจหนูที่สุดเพราะท่านคือคนที่เลี้ยงเรามาตั้งแต่เกิด ย่อมรู้ดีว่าเรารู้สึกอย่างไร ดังนั้น จึงไม่มีใครดีและเข้าใจความรู้สึกหนูได้เท่ากับแม่ของหนูอีกแล้ว

และแม่ คือ ผู้หญิงธรรมดาที่ใครหลายๆคนลืมนึกถึงในตอนนี้แต่สำหรับหนู"แม่ คือ ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของหนู"ถึงแม้ว่าแม่จะดีกับหนูขนาดไหน หนูก็ยังทำให้ท่านเสียใจ ถึงมันจะไม่ร้ายแรงมาก

แต่หนูก็ถือว่าเป็นความผิดพลาดอย่างหนึ่งในชีวิตของหนู ซึ่งเรื่องมันก็มีอยู่ว่า เมื่อตอนหนูอยู่ ม.3 กำลังหาที่เรียนต่อม.4 แม่ของหนูก็อยากให้เรียนในโรงเรียนที่อยู่ใกล้ๆบ้าน ไป-กลับบ้านได้ทุกวันแต่ด้วยความดื้อรั้นของตัวหนูเอง หนูจะไปเรียนที่โรงเรียนที่อยู่ไกลบ้านเพราะถ้าไปเรียนที่ไกลๆ ก็จะมีอิสระเต็มที่ ไม่มีใครคอยบ่นไม่มีใครคอยว่าไม่มีใครคอยห้าม และแล้วหนูก็ขัดใจแม่

 ตอนนั้นหนูไม่รู้หรอกว่าอะไรถูกอะไรผิด

รู้แต่ว่าหนูต้องไปเรียนให้ได้ ยิ่งแม่ห้ามเท่าไหร่หนูยิ่งอยากไปมากเท่านั้น เข้าข่ายที่ว่า ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ โดยที่ไม่รู้เลยว่าข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น พอหนูได้เรียนสมใจอยากด้วยความที่หนูไม่เคยจากแม่หรือจากบ้านไปไหนเลย จึงทำให้หนูคิดถึงแม่ คิดถึงบ้านมาก จนถึงขนาดกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ร้องไห้ตลอดเลย เรียนก็ไม่รู้เรื่อง เป็นแบบนี้ไปประมาณอาทิตย์หนึ่งค่ะ

 จนกระทั่งต้องลาออกจากที่นั่นแล้วกลับมาเรียนที่บ้านและหนูก็กลัวมาก กลัวว่าพอกลับไปแม่จะต้องดุ ต้องว่าแน่ๆเลย คิดไปทางร้ายๆต่างๆนานา

แต่พอกลับมาแม่ไม่ว่าอะไรหนูสักคำ แถมยังปลอบโยนให้หนูคลายจากความเศร้าอีก หนูดีใจที่สุดที่แม่เข้าใจหนู

แต่หนูก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ เพราะแม่ได้จ่ายเงินทุกอย่างไปเรียบร้อยแล้ว ครอบครัวของหนูก็ไม่ได้มีเงินมากมาย แถมยังมีน้องๆอีกสี่คนที่ต้องเรียนหนังสือ เท่ากับว่าเงินที่จ่ายไปเป็นศูนย์ หนูรู้สึกว่าหนูเป็นคนเห็นแก่ตัว ถ้าเชื่อแม่ตั้งแต่แรกทุกอย่างก็จะไม่เป็นแบบนี้ และก็ไม่ต้องเสียเงินฟรีด้วย

แต่รู้ไหมคะว่าแม่พูดกับหนูว่าอะไรเรื่องเงินนั่น แม่บอกว่า “เงินที่เสียไปน่ะช่างมันเถอะลูก เก็บเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ไว้เป็นบทเรียน เพราะมันจะทำให้เราเป็นผู้ใหญ่และเข้มแข็งมากขึ้น ไม่ตัดสินใจหรือคิดอะไรด้วยอารมณ์ชั่ววูบหรือแค่อยากเอาชนะอีก” บทเรียนชีวิตเรื่องนี้ของหนูสอนให้รู้ว่า ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม ถ้าพ่อแม่ไม่เห็นดีด้วย เราจะทำมันไม่สำเร็จสักอย่าง ถึงแม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่ดีก็ตาม

และอีกอย่างเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทำให้หนูได้รู้ว่า แม่ให้อภัยหนูเสมอ ไม่ว่าความผิดนั้นจะเล็กน้อย หรือมากมายแค่ไหนก็ตาม แม่พร้อมยืนอยู่ข้างหนูในวันที่หนูล้มลงหรือในวันที่หนูไม่มีใครให้พึ่งพิง แม่คือที่พักทางใจอย่างดี คือกำลังใจ คืออ้อมกอดแห่งความรักที่ส่งผ่านมายังหนู ทำให้หนูรู้สึกว่า หนูไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ และสิ่งที่หนูอยากจะบอกมาจากหัวใจของหนูคือคำว่า “แม่ขา หนูรักแม่ค่ะ”

เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในชีวิตของหนูถึงแม้ว่ามันจะไม่หนักหนาสาหัสอะไร แต่นั่นก็เป็นการแสดงให้เห็นแล้วว่า ในฐานะที่เราเป็นลูกเราควรเชื่อฟังพ่อแม่ไม่ควรพูดจากับพ่อแม่ด้วยถ้อยคำที่ไม่ดี แม้จะเป็นคำพูดหรือการแสดงกิริยาเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้ท่านทั้งสองเกิดความทุกข์ ความปวดร้าวและความไม่สบายใจ

เพราะนั่นถือว่าเราได้ทำการอกตัญญูเนรคุณต่อพ่อแม่แล้ว และการอกตัญญูเนรคุณต่อพ่อแม่นั้นถือเป็นโทษใหญ่ที่สุด รองลงมาจากการชิริกต่ออัลลอฮฺ ตะอาลา และอายะห์อัลกุรอ่านที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการทำดีต่อพ่อแม่คือ

อัลลอฮ์ได้ทรงตรัสว่า "องค์อภิบาลของเจ้าได้บัญชาว่า พวกเจ้าทั้งหลายอย่านมัสการสิ่งอื่นใด นอกจากพระองค์เท่านั้น และจงทำดีต่อผู้ให้กำเนิดทั้งสอง แม้นว่ามีคนหนึ่งจากทั้งสองหรือทั้งสองคนก็ตามได้บรรลุวัยชราอยู่กับเจ้า ก็จงอย่ากล่าวแก่ทั้งสองว่า "อุฟ" (คำอุทานแสดงความเบื่อ ความรำคาญและรังเกียจ) เจ้าอย่าขู่ตะคอกแก่ทั้งสอง และจงพูดกับท่านทั้งสองด้วยคำพูดที่ยกย่อง และเจ้าจงลดปีกแห่งความนอบน้อมแก่ทั้งสองด้วยความเมตตา และจงกล่าวขอพรให้แก่ทั้งสองว่า โอ้องค์พระอภิบาล โปรดเมตตาท่านทั้งสอง ประดุจเดียวกับที่ท่านทั้งสองชุบเลี้ยงข้าพเจ้ามาแต่เยาว์วัยด้วยเทอญ" (ซูเราะห์ อัล-อิสรออฺ อายะห์ที่ 23-24)

และหนูอยากจะบอกกับทุกๆคนว่า เราควรทำดีต่อแม่ของเราให้มากๆในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เพราะถ้าหากว่าท่านได้จากโลกนี้ไปแล้ว เราก็ไม่มีโอกาสได้กอด ได้พูดคุยกับท่านฉะนั้น ให้พวกเรากอดท่านตอนที่ร่างกายของท่านยังอุ่นๆเถอะนะคะ อย่ากอดท่านในขณะที่ร่างกายของท่านเย็นเฉียบและท่านก็ไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว คนเราอาจทำอะไรบางอย่างโดยไม่รู้ โดยไม่ได้คิด คนเราสามารถทำผิดพลาดกันได้ มันอยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นข้อผิดพลาด ข้อบกพร่องอันนั้นหรือเปล่า ถ้าเรามองเห็นเราก็หาโอกาสแก้ไข จะไม่มีคำว่า "สาย" สำหรับผู้ที่กลับเนื้อกลับตัว จะไม่มีคำว่า "สาย" สำหรับผู้ที่จะเริ่มต้นทำความดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำความดีกับพ่อและแม่ของเรา 

สุดท้ายนี้หนูขอฝากบทกลอนดีดีเพื่อให้ทุกคนได้เห็นความสำคัญของทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่ทำเพื่อเรา ดังนี้ คือ


         มีน้ำใจ มีไออุ่น ให้หนุนตัก  มีความรัก ความห่วงใย ไว้คลายเหงา
มีน้ำคำ พร่ำสอน อาทรเรา           มีวิธี ขัดเกลา เฝ้าใส่ใจ
สอนให้รู้ สูงต่ำ ทำผิดถูก             สอนให้ปลูก เพาะวิชา ไว้อาศัย
สอนให้รู้ คุณค่า เงินตราไทย      สอนให้ รู้จักให้ เอื้ออารี
มากกว่านี้ มากมี ในคำสอน          มากมายพร ความห่วงใย ไม่หน่ายหนี
มากอภัย มากเมตตา มากปราณี   ทั้งหมดนี้ คือแม่ แต่ผู้เดียว


แม่รักเราเสมอ ห่วงใยเราที่สุด ลมหายใจเข้าออกมีแต่เรา ท่านยอมสละความสุขส่วนตัวเพื่อความสุขของลูก ยอมทำทุกอย่าง แม้บางอย่างอาจต้องแลกด้วยชีวิต แม่ก็ยอมให้แก่เราได้ ความรักที่แม่มีให้เรามาจากใจของแม่จริงๆ แม่ไม่เคยแสแสร้งแกล้งทำเป็นรักเราเหมือนที่ใครหลายๆคนพยายามหยิบยื่นให้

ฉะนั้น เราจะต้องไม่ทำให้ท่านน้อยเนื้อต่ำใจหรือเสียใจเป็นอันขาด เพราะถ้าหากเราทำอย่างนั้น เราก็จะได้ชื่อว่าเป็นลูกที่ไม่ดีเป็นลูกที่อกตัญญู น้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาคู่นั้นของแม่ ขอให้เป็นน้ำตาที่ไหลรินมาจากสวรรค์ อันเนื่องมาจากความภาคภูมิใจความปลื้มปิติของท่านที่เกิดมาจากการปฏิบัติตัวดีของลูกนั่นเอง

หนูอยากให้ทุกคนลองนึกย้อนดูตัวเองสิว่า วันนี้เราทำอะไรให้ท่านภาคภูมิใจในตัวเราบ้างหรือยัง?เพราะอัลลอฮ์ทรงตรัสไว้ว่าالجنة تحت اقدام الامهات     สวรรค์นั้นอยู่ใต้ฝ่าเท้าของมารดา

เรียงความแม่
นางสาวอลิษา  มูฮำหมัดอารี
 ต. ดอนเกาะกา อ. บางน้ำเปรี้ยว จ. ฉะเชิงเทรา 24170

 

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194