หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> เรื่องจริงอยากรู้
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
เรียงความเรื่องแม่ ชมเชย

สำนักข่าวมุสลิมไทย “แม่”


                รัก   จากใจแซ่ซ้อง            ก้องฟ้า
                แม่  คือตะวันหล้า                เด่นอ้าง
                 ที่    กลางในใจข้า             ซึมซาบ
                สุด  แสนรักบ่ร้าง                จางจากพรากเรา

    ต้นไม้ต้นใหญ่แผ่กิ่งใบกลางผืนป่า เป็นบ่อเกิดความอุดมสมบูรณ์ของต้นน้ำลำธารและสิ่งมีชีวิตในขุนเขา ความอบอุ่นของเงาไม้สัมผัสกับความอ่อนไหวไปตามกิ่งที่พลิ้วสะบัดคู่กับสายลม หล่อเลี้ยงและก่อให้เกิดความร่มรื่น โอบอุ้มความชุ่มชื้นแก่สัตว์หลากหลายชนิดและพืชนานาพรรณได้พึ่งพา ความยิ่งใหญ่ของต้นไม้ในผืนป่าเสมือนกับ “แม่” ที่มีพระคุณใหญ่ยิ่งในชีวิตของลูก แม่เป็นผู้ที่โอบเอื้อความอบอุ่นตั้งแต่แรกเริ่มในครรภ์ จนก่อตัวขึ้นด้วยสายโลหิตที่สนิทแนบแอบด้วยไอรัก เฝ้าฟูมฟักทะนุถนอมด้วยสายใจรัก บทเห่กล่อมแรกในวันลืมตาของลูก คลุ้งเคล้าไปกับกระแสรักที่แผ่ออกมากับธารน้ำนมที่ผสมด้วยดวงใจของแม่ทั้งดวง บำรุงเลี้ยงให้ลูกล่วงเจริญวัย จวบวันนี้แม้ว่าจะกี่ปีที่ผันผ่านพ้นไป ต้นรักของแม่ยังคงแตกก้านกิ่งไสวอยู่เช่นเดิม

เรียงความ

            แม่ในมุมมองของผมคือผู้หญิงที่ดีที่สุดในโลก เป็นดั่งต้นไม้ใหญ่ที่เอื้อประโยชน์และหล่อเลี้ยงความสุขให้แก่ลูก บุญคุณที่ล้นเหลือของแม่เริ่มตั้งแต่ที่อุ้มครรภ์ แม่ก็มีภาระหนักโดยกล้ำกลืนอาหารเข้าไปเจือจานทำนุบำรุงทารกในครรภ์ ภาระอันหนักนี้บางคราวบางครั้งถึงกับทำให้แม่เป็นลมหน้ามืดหรือถึงกับล้มลงสิ้นสติและในขณะที่คลอดลูก แม่ก็ต้องเสี่ยงชีวิต ต้องเสียเลือดจำนวนมากกับการคลอดลูก แม่ที่เสียชีวิตจากการคลอดลูกมีอยู่หลายราย และเมื่อคลอดลูกแล้ว แม่ก็ต้องทำนุบำรุงเลี้ยงดูลูกแบบที่เรียกว่า ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเป็นเวลาหลายปีกว่าลูกจะเติบใหญ่ แม่ยังเป็นผู้ให้จิตวิญญาณแก่ลูก ขัดเกลาคุณธรรมเพื่อสั่งสอนลูกให้เป็นคนดีของสังคม คำสั่งสอนของแม่เสมือนเป็นกลไกการทำงานของเครื่องจักรที่ทำให้ชีวิตลูกขับเคลื่อนและมีชีวิตที่ถูกต้องตามแนวทางของสังคม เรียกได้ว่าเก้าเดือนที่แม่ประคับประคองลูกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ บวกกับการเฝ้าทะนุถนอมจวบจนลูกเติบใหญ่เป็นคนดี เป็นความเสียสละที่ยิ่งใหญ่เปี่ยมล้นด้วยความตั้งใจที่แม่ทำเพื่อลูกอย่างแท้จริง   

           บทบาทและความสำคัญของแม่ในมุมมองของศาสนาอิสลาม กล่าวได้ว่า แม่เป็นผู้ที่ศาสนาให้การยกย่องเชิดชูอย่างสูงส่ง วจนะของท่านศาสดาที่กล่าวว่า “สวรรค์อยู่ใต้ฝ่าเท้าของมารดา” แสดงให้เห็นว่าการที่ผู้เป็นลูกจะขึ้นสวรรค์หรือตกนรกนั้น อยู่ที่การปฏิบัติต่อมารดาบังเกิดเกล้า ด้วยเหตุนี้ อัลลอฮฺจึงบัญญัติให้ลูกทุกคนรู้คุณของแม่และรู้จักตอบแทนบุญคุณนั้นให้ถูกต้องเหมาะสมดังคำตรัสของอัลลอฮฺที่ว่า “และเราได้สั่งการแก่มนุษย์เกี่ยวกับบิดามารดาของเขา โดยที่ มารดาของเขาได้อุ้มครรภ์เขาอ่อนเพลียลงครั้งแล้วครั้งเล่า และการหย่านมของเขา ในระยะเวลาสองปี เจ้าจงขอบคุณข้า และบิดามารดาของเจ้า และจงอดทนอยู่กับเขา ทั้งสองในโลกนี้ด้วยการทำความดี”  (ซูเราะห์ลุกมาน โองการที่ 14)

          ความรักของแม่นอกจากเป็นการฟูมฟักเลี้ยงดูลูกตามธรรมชาติของความเป็นแม่แล้ว ยังประกอบด้วยการทำหน้าที่ตามพระบัญชาของอัลลอฮฺด้วย หน้าที่นี้ได้แก่การสั่งสอนอบรมลูกให้เป็นมุสลิมที่ดี ดังนั้นในทัศนะของศาสนาอิสลามแม่จึงเป็นผู้มีบุญคุณต่อลูกทั้งในฐานะผู้ให้ชีวิต ผู้อุปการคุณและผู้ช่วยเหลือในการพัฒนาตนให้เป็นคนดีตามคำสอนของศาสนา การปฏิบัติต่อแม่อย่างรู้คุณเป็นความดีที่จะทำให้อัลลอฮฺเมตตาและส่งผลให้ผู้นั้นได้รับความสุขนิรันดร์ในสวรรค์หลังสิ้นชีวิต

           สำหรับแม่ของผม ท่านเป็นเพียงแม่ค้าธรรมดาคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่ชอบวุ่นวายกับเรื่องของคนอื่น เมื่อตอนที่ผมเป็นเด็ก ผมมักคิดเสมอว่าแม่ไม่รัก เพราะแม่ไม่เคยแสดงออกที่ทำให้รู้สึกว่าท่านรักผม  แม่ไม่เคยหอมกอดจูบลูกหรือว่าบอกว่ารักลูกเหมือนแม่คนอื่นๆ แม่ไม่เคยพาผมไปเที่ยวเหมือนแม่ลูกคู่อื่นๆ ผมสอบได้คะแนนดี ก็ไม่เคยได้รับรางวัลจากแม่  ผมโดนเพื่อนรังแก แม่มักจะไม่เข้าข้าง และผมจะถูกถามก่อนเสมอว่าไปทำอะไรเขาก่อนหรือเปล่า  สิ่งเหล่านี้ทำให้กระแสความคิดต่างๆเข้าในความรู้สึกของผมว่า “ทำไมแม่ของผมไม่เหมือนแม่คนอื่น”

            เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น การมีอิสระและได้อยู่ท่ามกลางการยอมรับของเพื่อนเป็นสิ่งที่เด็กวัยเริ่มแตกหนุ่มอย่างผมปรารถนาที่สุด บ่อยครั้งผมมักจะทะเลาะกับแม่ เพราะรู้สึกว่าแม่ไม่เข้าใจ  ชอบทำอะไรขัดใจ และมักมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน ครั้งหนึ่ง แม่ไม่ยอมให้ผมไปเที่ยวกับเพื่อน ผมโกรธ และไม่ยอมคุยกับท่าน ปฏิเสธทุกอย่างที่ท่านหยิบยื่นให้ ครั้งนั้นผมหนีแม่ออกจากบ้านไปอยู่บ้านเพื่อนระยะหนึ่ง  แต่ช่วงที่ผมห่างจากแม่ในครั้งนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงระยะเวลาไม่กี่วัน แต่ผมก็รู้สึกว่าชีวิตขาดคนดูแล ไม่มีคนเอาใจใส่ ไม่มีความสุขเท่ากับอยู่ที่บ้าน

ดังนั้นผมจึงตัดสินใจกลับบ้าน เมื่อกลับมาก็พบว่า แม่นั่งอยู่ด้วยความนิ่งและเฉยชา แต่ในความเฉยชาของท่านได้เอ่ยคำพูดด้วยน้ำเสียงธรรมดาว่า “ไปไหนมา  กินข้าวหรือยัง ตอนที่ลูกไม่อยู่ แม่เห็นแมวให้นมลูกของมัน แม่ก็อดคิดถึงและเป็นห่วงลูกไม่ได้ ว่าลูกของแม่จะไปอยู่ที่ไหน จะกินอิ่มหรือเปล่า” ผมได้ฟังถ้อยคำดังกล่าว ความรู้สึกซาบซึ้งทำให้ร่างกายของผมค่อยๆทรุดลงไปกับพื้น พร้อมกับกอดท่านด้วยน้ำตาแห่งความรู้สึกผิดและขอบคุณที่แม่ยังเป็นห่วงอยู่เสมอ ตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา ผมจึงมีพันธนาการกับตัวเองว่าจะไม่ทำให้แม่เสียใจอีกเป็นอันขาด          

เรียงความ

             เมื่อเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ระยะทางเป็นตัวแปรต้นที่ทำให้ผมและแม่ไกลกัน ความคิดถึงจึงเป็นตัวแปรตามที่ทำให้ผมหวนนึกถึงภาพความทรงจำดีๆเกี่ยวกับแม่  เวลาและประสบการณ์ทำให้ได้เรียนรู้ว่า แม่ไม่ได้เป็นเหมือนกับความรู้สึกที่ผมเคยคิดเมื่อตอนเป็นเด็ก แต่แม่คือคนที่เข้าใจผมมากที่สุด ผมได้สัมผัสถึงมุมหนึ่งของแม่ โดยที่ผมไม่เคยได้รับรู้เลยว่า แม่ของผมเป็นเหมือนผลมะตูมที่แข็งนอกแต่อ่อนข้างใน แม้ว่าภายนอก

แม่อาจจะไม่ได้บอกผมด้วยคำพูดแสดงออกด้วยการกระทำว่าท่านรักผมมากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่อยู่ข้างในข้อคิดที่แฝงอยู่ด้วยทุกคำพูดและทุกการกระทำของท่านเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ทำให้ผมได้รับรู้ถึงความรู้สึกภายในว่าท่านรักและเป็นห่วงผมมาก ตัวอย่างเช่น ผมจะรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างอัตโนมัติทุกครั้งเมื่อได้ยินเสียงว่า “วันนี้เรียนหนักไหม”  “ กินข้าวหรือยัง กินอิ่มไหม” “กลับถึงหอหรือยัง”จากปลายสาย โทรศัพท์ที่เป็นเสียงคำพูดของแม่  คำพูดที่แสนจะธรรมดาไม่ได้บรรจงเรียงร้อยถ้อยคำให้เป็นคำที่ไพเราะเหล่านี้ ทำให้ผมมีพลังขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เสียงของแม่นั้นเป็นดั่งเชื้อเพลิงชนิดที่ดีที่สุดที่ต่อเติมพลังให้ผมมีแรงใจและก้าวเดินต่อไปเพื่อหนทางข้างหน้า 

            ทุกครั้งที่ผมกลับบ้านแม่จะพิถีพิถันหุงหาอาหารที่ผมชอบ อาหารทุกมื้อที่ผมได้รับประทานจากฝีมือการปรุงรสของแม่เป็นอาหารอร่อยที่สุดในชีวิต  แม้ว่าจะเป็นอาหารที่มีราคาถูก แต่คุณค่าทางโภชนาการเต็มไปด้วยสายใยที่เกิดจากการปรุงรสด้วยความรัก เวลานอนแม่จะเสียสละผ้าห่มผืนที่นุ่มและหอมที่สุดของแม่นำมาให้ผมได้ห่มคลายความหนาว ถ้าแม่เห็นว่าผมนอนจมอยู่ท่ามกลางกองพะเนินหนังสือโดยที่ยังไม่ปิดไฟ แม่จะเป็นคนจัดข้าวของทุกอย่างให้เข้าที่ พร้อมใช้ฝ่ามือที่แข็งและหยาบกร้านของแม่ลูบศีรษะผมเบาบา ก่อนปิดไฟส่งผมเข้านอน แต่ในความแข็งและหยาบกร้านของฝ่ามือแม่นั้น

ผมสัมผัสได้ถึงความอ่อนนุ่มจากไออุ่นของฝ่ามือแม่ที่ทำให้ผมนอนหลับและฝันดีได้ตลอดทั้งคืน เวลาที่ผมเผชิญกับปัญหาหรือประสบกับความท้อแท้ในชีวิต ตักของแม่ที่ได้หนุน กำลังใจที่เป็นคำพูดปลอบโยนอันแสนจะอบอุ่นของแม่คือยาวิเศษชั้นดีที่ทำให้ผมสดชื่นและมีแรงใจต่อสู้ขึ้นมาอีกครั้ง แม่ไม่เคยกีดกันทางด้านความคิดของผม แต่ท่านก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลย ท่านให้อิสระในการคิดอย่างเต็มที่ เพียงแต่คอยย้ำเตือนเสมอว่า คิดอะไรก็ได้ คิดไปเถอะแต่ขอให้ลูกคิดอย่างถูกต้องเหมาะสมตามทำนองครองธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดก็เป็นพอ ประสบการณ์เหล่านี้ของผมคือสิ่งที่ทำให้ผมรับรู้ว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนที่จะเข้าใจและแสนดีกับผมได้ดีเท่าแม่อีกแล้ว 

           ชีวิตผมเติบโตขึ้นได้ทุกวันนี้เพราะคำว่า “ความรู้ คู่คุณธรรม” เป็นคำสอนจากแม่ที่เปรียบเสมือนกลไกและแนวทางการดำเนินชีวิตของผม แม่บอกว่าชีวิตของเราการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ แม่จะสอนผมเสมอให้ตั้งใจเรียน เพราะผมคือความหวังของแม่ที่ท่านอยากให้เรียนในระดับที่สูงที่สุด แทนแม่ที่ไม่มีโอกาสได้เรียนในชั้นสูงๆและมีวุฒิปริญญาเหมือนคนทั่วไป  แม่บอกว่าคงสอนให้ลูกฉลาดไม่ได้ ลูกต้องเรียนรู้และฉลาดด้วยไหวพริบ และกึ๋นของลูกเอง

แต่แม่จะเป็นผู้สนับสนุนให้ลูกคิดและมองโลกในแง่ดี แม่บอกเสมออย่าคิดว่าใต้ฟ้านี้มีแต่เรื่องทำไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ แม่อยากให้ลูกหัดฝัน เมื่อไรลูกฝันเป็น ไม่ว่าจะเป็นใฝ่ฝัน หรือความฝัน ลูกจะรู้ว่าโลกนี้มันน่าอยู่เพียงไหน และแม่ยังเคยบอกผมอีกว่ามรดกล้ำค่าที่สุดที่แม่จะให้ คือแม่จะพยายามทุกวิถีทางเพื่อส่งเสียให้ลูกได้เรียนหนังสือในระดับชั้นที่สูงที่สุด แม่บอกว่าคนเราเมื่อมีวิชาเหมือนมีอาวุธ เพราะความรู้ และปัญญาเป็นสิ่งที่ติดตัวและอยู่คู่กับเราไปตลอดและยั่งยืนกว่าทรัพย์สินเงินทองใดๆทั้งปวง        

       “เป็นคนเก่งแต่ขาดคุณธรรมก็ย่อมทำให้ชีวิตไม่ประสบความสำเร็จ” นี่คือคำตักเตือนที่แม่พร่ำสอนผมอยู่เสมอ ผมได้เรียนรู้คำสอน คุณธรรม จริยธรรมที่พึงประสงค์ตามหลักการอิสลามมาตั้งแต่เด็ก  เพราะพ่อแม่ของผมให้ความสำคัญกับการดำเนินชีวิตตามหลักการศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด ผมยิ่งปลาบปลื้มเมื่อผมได้ทราบว่า หลังจากเสร็จสิ้นการละหมาดทุกครั้ง แม่จะให้ความสำคัญและนึกถึงลูกอยู่เสมอ ท่านจะเฝ้าวิงวอนขอพรต่ออัลลอฮฺพระผู้เป็นเจ้าให้ลูกทุกคนเป็นคนดีมีคุณธรรม  “โอ้อัลลอฮฺ ขอให้ลูกของฉันทุกคนมีอีหม่าน มีคุณธรรม และตายในสภาพของการเป็นมุอฺมิน ขอให้ลูกของฉันได้รับความโปรดปรานจากอัลลอฮฺและได้รับริสกี(ปัจจัย)ที่บริสุทธิ์ด้วยเถิด”  เสียงแห่งความหวังจากแรงปรารถนาของแม่ กับความต้องการให้ลูกเป็นคนดี ตั้งมั่นอยู่ในกรอบของหลักการศาสนา เป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่แม่มอบให้ด้วยความห่วงใยและความรักที่มีต่อลูกอย่างแท้จริง

เรียงความ

            ต้นทางแห่งความดีทั้งหลายของเรา จึงเริ่มต้นมาจากแม่ทั้งนั้น คุณธรรมในตัวของแม่เป็นแบบแผนในการดำเนินชีวิตของผมจวบจนทุกวันนี้ ผมได้แบบอย่างคุณธรรมจากแม่ในหลายๆเรื่อง อาทิเช่น การประหยัด การรับผิดชอบ และการอดทน 

การเก็บหอมรอมริบ คือสิ่งที่แม่มักจะสอนผมตั้งแต่เด็ก เพื่อให้ผมได้เห็นคุณค่าของการใช้เงิน แม่บอกเคยพูดประโยคหนึ่งกับผมว่า สำหรับแม่ในชีวิตนี้ไม่ต้องการใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือยเพื่อตนเอง แต่เงินทุกบาททุกสตางค์ที่แม่ได้รับก็เพื่อให้คนในครอบครัวได้กินอิ่ม ลูกได้เรียนหนังสือมีอนาคตที่ก้าวไกล

นอกจากนี้ แม่ของผมนับว่าเป็นหญิงแกร่งคนหนึ่งที่มีความขยันและอดทนต่อทุกสิ่งอย่างไม่ว่าจะเป็นภาระหน้าที่และการงาน แม่จะสอนเสมอว่าเมื่อเราได้รับความไว้วางใจ (อามานะฮฺ) ให้ปฏิบัติหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่ง จำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องรับผิดชอบหน้าที่ที่เราได้รับมอบหมาย โดยต้องทำให้ดีที่สุด

แม่ของผมจึงเป็นคนที่ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจในการงานทุกอย่างด้วยความขยันและอดทนต่อสิ่งต่างๆเสมอมา แม่ยังบอกอีกว่า ชีวิตของเราต้องดำเนินรอยตามท่านนาบีมูฮัมหมัด คุณธรรมและจริยวัตรต่างๆของท่านนาบี คือแบบอย่างที่ดีที่สุดของประชาชาติโลก  คุณธรรมและคำสอนทั้งหมดของแม่คือแรงบันดาลใจทำให้ผมเกิดความภูมิใจที่ชีวิตของผมได้เกิดมาเป็นมุสลิม รวมทั้งเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของผู้ที่ศรัทธาในศาสนาของอัลออฮฺอย่างแท้จริง

            ฉะนั้น แม่จึงเป็นบุคคลที่ผมยกย่องและเชิดชูอย่างสูงส่ง พระคุณของท่านที่กล่าวมาข้างต้นผมสามารถพรรณนาได้จนกระทั่งแผ่นฟ้าเต็มไปด้วยการจารึกด้วยตัวอักษร น้ำในมหาสมุทรที่เอามาแทนน้ำหมึก คงเหือดแห้ง และภูเขาสูงใหญ่ที่นำมาใช้เป็นปากกา ก็อาจจะสึกไปจนหมดได้ พรรณาเท่าไหร่ก็ไม่สามารถสิ้นสุดได้ เพราะนั่นหมายความว่าแม่คือผู้ให้ชีวิตอย่างแท้จริง

ซึ่งนอกจากท่านจะให้ร่างกายที่เป็นมนุษย์แล้ว  ยังให้การอบรมสั่งสอนให้ลูกเป็นคนดีทั้งทางโลกและทางธรรม จนกระทั่งลูกสามารถเติบโตและดำเนินชีวิตตามครรลองได้อย่างถูกต้อง แม้ว่าในวันนี้ร่างกายของแม่ที่เคยแข็งแรงจะค่อยๆทรุดโทรมลง ผิวหนังที่เคยเต่งตึกกลับมีรอยเหี่ยวย่น เส้นผมที่ดกดำเริ่มมีหงอกม หลายสิ่งอาจจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาและการหมุนของเข็มนาฬิกา  แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่ามีสิ่งหนึ่งที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงนั่นก็คือ ความรักที่แม่มอบให้ผม และความรักที่ผมยื่นให้แม่ด้วยรักแท้จากหัวใจ

           โอ้อัลลอฮฺ ขอพระองค์ทรงโปรดอภัยโทษให้แก่ผม และบิดามารดาของผม และขอพระองค์ทรงโปรดเมตตาแก่ท่านทั้งสอง เสมือนที่ท่านทั้งสองเคยเลี้ยงดูผมมาตั้งแต่เยาว์วัย..... (บทขอพรให้แก่พ่อแม่)

เรียงความ

นายฮาดี บินดู่เหล็ม
การศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะครุศาสตร์ อายุ 21 ปี

 - www.muslimthai.com

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com

Warning: include(../../main/globalsitemap.php): failed to open stream: No such file or directory in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194

Warning: include(): Failed opening '../../main/globalsitemap.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/muslimpo/public_html/muslimthai/main/index.php on line 194