หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> เรื่องจริงอยากรู้
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
เรียงความเรื่องแม่ ชมเชย

สำนักข่าวมุสลิมไทย เรียงความเรื่องแม่ ชนะเลิศ อันดับที่ 4 "แด่เธอที่รัก  ผู้สร้างสรรค์ปั้นชีวิต"


การอกตัญญูหรือการเนรคุณพ่อแม่นั้น ถือว่าเป็นบาปใหญ่ที่ได้รับการลงโทษอย่างแสนสาหัสใน วันปรโลกดังคำสอนของท่านศาสดาที่ว่า “ในจำนวนบาปใหญ่ทั้งหลาย คือการเนรคุณต่อพ่อแม่”

แม้แต่เพียงการกล่าวไม่ดีต่อแม่ก็เป็นสิ่งต้องห้าม เช่น การกล่าว “อุ๊ฟ” ใส่ หรือการปฏิเสธ การตะคอก การแสดงอาการเกลียดชังและไม่เคารพต่อท่าน 

 เหตุผลที่มนุษย์ไม่สามารถเนรคุณต่อ “แม่” เพราะแม่เป็นบุคคลที่มีความเสียสละอันยิ่งใหญ่  มีจิตใจอันประเสริฐที่ไม่สามารถเปรียบกับสิ่งใดได้  ความยากลำบากของท่านในขณะตั้งครรภ์และภาระหน้าที่หลังจากนั้น ดั่งที่พระเจ้าได้ตรัสในคัมภีร์อัลกรุอานความว่า “และเราได้สั่งการแก่มนุษย์เกี่ยวกับบิดามารดาของเขา 

โดยที่มารดาของเขาได้อุ้มครรภ์ เขาอ่อนเพลียลงครั้งแล้วครั้งเล่า  และการหย่านมของเขาในระยะเวลาสองปี เจ้าจงขอบคุณข้าและบิดามารดาของเจ้า  และจงอดทนอยู่กับเขาทั้งสองในโลกนี้ด้วยการทำความดี”
(อัลกรุอานซูเราะฮ. อัล-อิสรออ. :14-15)

 ฉันยังนึกเห็นภาพใบหน้าของหญิงผู้ดูอ่อนกว่าวัยแต่ซ่อนความหม่นหมองไว้  สองมือที่หยาบกร้าน สองขาของแม่ที่อ่อนแรงลงเรื่อยๆ คือประจักษ์พยานให้ฉันสำนึกถึงความตรากตรำของแม่  ความเหน็ดเหนื่อยของแม่ทั้งชีวิตที่ยอมอุทิศเพื่อเลี้ยงดูฉันให้เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และทำให้ฉันมีวันนี้  วันที่ฉันพร้อมจะยืนหยัดในยามที่มรสุมถาโถม เลือกที่จะให้ฉันกล้าเผชิญกับสิ่งต่างๆ ในสังคมอย่างมั่นใจ

แม่เคยบอกฉันว่า “ความพยายามอยู่ที่เรา แต่ความสำเร็จอยู่ที่พระเจ้า” คำพูดของแม่ได้สร้างแรงบันดาลใจและก่อให้เกิดพลังใจในตัวฉัน  สิ่งที่ฉันสามารถทำได้สำเร็จซึ่งทำให้แม่ภูมิใจที่สุดตอนนี้และถือเป็นพระพรอันประเสริฐจากพระผู้เป็นเจ้า “อัลลอฮฺ” คือ การที่ฉันสอบชิงทุนเรียนต่อในระดับปริญญาตรีสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ  คณะสหเวชศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยคริสเตียน จังหวัดนครปฐมได้

แม้จะเป็นสาขาที่ขัดแย้งกับความฝันของฉัน แต่สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ฉันสามารถทำให้แม่มีความสุขได้ ฉันไม่ทราบจะตอบแทนบุญคุณแม่อย่างไร  ถึงจะเพียงพอกับสิ่งที่ท่านได้มอบให้เรา เพราะท่านไม่เคยหวังอะไร

นอกจากให้ฉัน พี่ชายและน้องตั้งใจเรียน เรียนสูงๆ ซึ่งการกระทำนี้ก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ที่จะทดแทนบุญคุณของท่านได้ ใครหลายคนชื่นชมในความเป็น “หญิงแกร่ง” ของแม่ที่สามารถเลี้ยงดูลูกให้เติบโตขึ้นมา สำหรับฉันแม่คือ“หญิงผู้ประเสริฐ” ดั่งแบบอย่างของพระเจ้า

ฉันได้เติบโตมาพร้อมกับความดีของแม่ที่ถ่ายทอดสู่ฉันด้วยการประพฤติตนแบบอย่างที่ดี คู่ควรแก่การสรรเสริญ แต่จะมีสักกี่คนที่จะรับรู้ถึงอดีตของแม่ที่ต้องเผชิญกับ “มรสุมชีวิต” อันหนักหน่วงกว่าจะนำพา “ฉัน” ผู้ซึ่งเป็นแก้วตาดวงใจของแม่ให้มีชีวิตที่ดีได้ในวันนี้

ลูกสาวคนโตในครอบครัวชาวสวนที่ยากไร้ คือ สถานภาพที่ติดตัวแม่มาตั้งแต่กำเนิด เมื่อตาและยายออกไปทำสวน  แม่ต้องช่วยเลี้ยงน้องชายและน้องสาวรวม 8 คน ซึ่งแม่ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ดี แม่ไม่เคยเกียจคร้านและปฏิเสธที่ต้องเลี้ยงดูน้องๆ แม่เลี้ยงน้องด้วยความรัก  น้องทุกคนของแม่ต่างให้ความรักและความเคารพต่อแม่มาก แม้จะเติบใหญ่และต่างมีครอบครัว  น้องๆ ของแม่ต่างพากันแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนแม่อยู่เสมอ 

จนกระทั่งเรียนจบชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 6 แม่ต้องหนีออกไปจากหมู่บ้านเพื่อความปลอดภัย 

เนื่องจากมีผู้มีอิทธิพลที่จ้องจะปองร้ายหญิงสาวในละแวกนั้น

ด้วยเหตุนี้ทำให้แม่ต้องย้ายไปอยู่ประเทศมาเลเซียและมีการดำเนินที่ชีวิตเป็นไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งในขณะนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่จะใช้ชีวิตอยู่ในสภาพเช่นนั้น 

 แต่นั่นมิใช่อุปสรรคสำหรับการศึกษาต่อ แม่สำเร็จการศึกษาระดับ  มศ .3 หรือเทียบเท่า  แม่มีผลการเรียนดีจึงมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างโอกาสให้ตนเองมีชีวิตที่ดีขึ้นและต้องการที่จะหางานทำ  สิ่งหนึ่งที่เป็นเครื่องพิสูจน์ได้จนถึงทุกวันนี้คือ “ความอดทนและเด็ดเดี่ยว”

ด้วยเหตุที่แม่ขาดคุณสมบัติบางประการ จึงไม่สามารถมีบัตรประจำตัวประชาชนของประเทศมาเลเซียได้ แม่ต้องเดินทางกลับบ้านในประเทศไทยด้วยความจำยอม  และแม่ก็ไม่ได้ยุติการศึกษาของตนเองแต่เพียงเท่านั้น 

แม่แสวงหาความรู้ด้วยการอ่านเพื่อที่จะเติมเต็มและให้แม่รู้เท่าทันสังคม  ทำให้แม่สามารถเรียนรู้โลกกว้างแห่งชีวิตได้  แม่เรียนรู้ที่จะอยู่เพื่อตนเองและเรียนรู้ที่จะอยู่เพื่อคนอื่น จึงขวนขวายหาความรู้อยู่เสมอ 

ทั้งในด้านการตัดเย็บเสื้อผ้า ทำอาหาร เช่น โรตีมะตะบะ ข้าวยำและขนมจีนแกงไตปลา  เป็นต้น นอกจากนี้เป็นครูสอนอ่านคัมภีร์อัลกุรอานแก่เด็ก  ตามแนวทางของศาสดาและครรลองของศาสนาอิสลาม 

ทำให้แม่ระลึกอยู่เสมอว่า สิ่งที่จะนำพาโอกาสชีวิตของคนเราไปสู่ฝันที่สดใสให้เป็นจริงได้ คือกำลังจากหนึ่งสมอง สองมือและจิตใจที่แน่วแน่บนพื้นฐานของความศรัทธา  แม่เป็นคนที่สนุกสนาน ร่าเริง มีความน่ารักซ่อนอยู่ภายใน ใครอยู่ด้วยก็จะมีความสุข สิ่งนี้เป็นเสน่ห์สำคัญๆ ในตัวแม่

เรียงความแม่

จนกระทั่งเมื่อได้แต่งงานกับพ่อ

แม่และพ่อแต่งงานด้วยความรักและความเข้าใจ แม่จึงได้ย้ายมาอยู่กับพ่อ ซึ่งอิ่มเอมด้วยอุ่นไอรักและในปีนั้นเองแม่ก็ได้ให้กำเนิดพี่ชายและให้กำเนิดฉันในสองปีต่อมา 

แน่นอนว่าบุคคลที่ฉันอยู่ด้วยตลอดเวลาคือแม่นั่นเอง  แม่ผู้เสียสละเลือดในกายของตนเพื่อเป็นน้ำนมให้ลูกดูดกิน  หลังจากนั้นแม่เปิดร้านขายข้าวยำร้านเล็กๆ มีน้ำชา โรตี ขายควบคู่ไปด้วยตามที่แม่ถนัด  ครอบครัวของเราจึงมีความสุขและเต็มเปี่ยมไปด้วยความอาทร  ห่วงใยซึ่งกันและกัน

โดยเฉพาะจากแม่สุดที่รัก  หลายคนเยินยอแม่ว่ามี “เสน่ห์ปลายจวัก” หากฉันเป็นแม่หน้าคงบานเท่ากะละมังเลยทีเดียว ฉันอยากเก่งให้ได้เพียงเสี้ยวหนึ่งของแม่ แม่เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งและแข็งแกร่งมาก  ที่ทำงานหนักเพื่อให้ฉันได้มีโอกาสเรียนหนังสือ  แม้ว่าแม่จะเหนื่อยสักเพียงใด  แม่ก็ไม่เคยแสดงออกมาให้ฉันได้รับรู้เลย

จนกระทั่งวันหนึ่งแม่และฉันต้องอยู่ด้วยกันเพียงลำพังโดยไม่มีพ่อ 

แม่ยังมีความขยันขันแข็งและจริงจังกับการทำงานเสมอมา  แม่ไม่เคยบกพร่องในหน้าที่แม่บ้าน และการปรนนิบัติต่อปู่และย่า  แม่ทำหน้าที่ได้อย่างดี  แม้ว่ามีการทำมาค้าขายที่พอจะมีเงินใช้จ่ายหมุนเวียนบ้าง 

 แต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับฉันและแม่ แม่หอบหิ้วฉันไปทุกที่ทั้งจังหวัดนราธิวาส หรือประเทศมาเลเซีย ยามที่แม่โอบกอดฉัน เมื่อหัวใจเราเต้นผสานกัน  แม่ร้องไห้  ถึงแม้ในขณะนั้นฉันอายุได้เพียง 5 ขวบ ซึ่งพอจำความได้บ้าง ฉันก็รับรู้ได้ว่าแม่ทุกข์ใจเป็นที่สุด 

แต่การสอนให้ฉันมีอคติต่อพ่อไม่เคยหลุดออกจากปากแม่เลย  ด้วยความที่ทำงานหนักและมีความทุกข์ใจทำให้แม่ผ่ายผอมลงไปมาก  ครั้งหนึ่งที่ฉันตื่นขึ้นมาเห็นผู้หญิงกำลังยืนทำพิธีละหมาดคลุมฮิญาบชุดขาวกลางดึกฉันได้ยิน  เสียงอื้ออึงของการอ่านบทสวดปนกับเสียงสะอื้นของเธอ  แล้วฉันก็ฝืนหลับตาลงด้วยความกลัว

กระทั่งฉันได้รู้ในวันต่อมาว่านั่นคือเสียงของแม่ที่ขอพรจากเอกองค์อัลลอฮฺ           ผู้อภิบาลเพื่อให้คุ้มครองฉันและแม่ ฉันเชื่อว่าฉันอยู่เพื่อแม่ แม่ก็อยู่เพื่อฉัน แท้จริงแล้วเราทั้งสองมีอยู่ก็ด้วยความประสงค์ของพระเจ้า 

แม่เคยบอกกับฉันว่า “เมื่อฉันโตขึ้นแม่อยากเห็นฉันเป็นลูกที่ดี  เพียงให้ฉันตั้งใจเรียนก็พอแล้ว”  ในขณะนั้นฉันไม่รู้ค่าของคำว่าตั้งใจเรียน  แต่ฉันก็จะพยายามเพื่อให้สิ่งเหล่านั้นเกิดคุณค่าในอนาคต อินชาอัลลอฮ! (ด้วยความประสงค์ของพระองค์) 

แม่คงกังวลเรื่องฉันกระมัง  บ่อยครั้งที่ฉันถามถึงพ่อ แม่บ่ายเบี่ยงฉันทุกครั้ง  บ่อยครั้งที่ฉันงอแงตามประสาเด็ก  หลายครั้งที่ฉันอยากกินไอศกรีมแท่งละสิบห้าบาท  แต่ยี่สิบบาทคือเงินที่มีอยู่ทั้งเนื้อทั้งตัวของแม่ แม่จึงเสียสละไม่ซื้อกล้วยทอด  และสามารถอิ่มเอมได้เมื่อเห็นฉันกินไอศกรีม  แม่มีความรักที่บริสุทธิ์และนิรันดร์ 

โดยที่ไม่เคยจะชายตาหรือปันใจให้แก่ชายใด  ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตแม้แต่คนเดียว ฉันจึงมั่นใจว่ารักเดียวของแม่คือพ่อ  แล้วไม่นานพ่อก็กลับมาหาฉันและแม่  ทำให้แม่ได้เติมหัวใจให้เต็มใจอีกครั้งและชีวิตหลังจากนั้นก็มีขึ้นมีลง  ตามประสาของครอบครัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า

จุดเปลี่ยนของชีวิตของคนในครอบครัวฉัน

อยู่ในช่วงเวลาเดียวกับที่ฉันเริ่มเรียนต่อระดับอุดมศึกษาฯ เมื่อลุงได้สนับสนุนเงินส่วนหนึ่งสำหรับสร้างและต่อเติมร้านค้าให้กับแม่  ทำให้ทุกคนได้เห็นแม่ยิ้มได้และมีความหวังมากขึ้น 

ด้วยเหตุที่แม่ต้องการมีอาชีพที่มั่นคงหาเลี้ยงครอบครัวและลูกได้  ฉันจึงอุ่นใจก่อนที่จะออกมาใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นการเสริมแรงใจให้แก่ตัวฉันเองด้วย 

ครั้งหนึ่งฉันยังจำได้ตอนที่ฉันจะมาเรียนที่จังหวัดนครปฐม  สถานีรถไฟยะลาคือจุดสุดท้ายที่เราอำลากัน รถไฟเคลื่อนออกจากชานชาลาอย่างช้าๆ  แม่เดินตามอย่างไม่ลดละ ฉันเอื้อมมือออกจากหน้างต่างจับมือแม่ไว้  ด้วยความหวังคือ อยากให้แม่มาด้วยกัน  น้ำตาฉันเอ่อล้นออกมา สายตาของฉันไม่ละทิ้งจากแม่ หางตาฉันมองเห็นพ่อที่มีน้ำตาพรั่งพรูเช่นเดียวกัน

จนถึงช่วงที่ฉันต้องปล่อยมือจากแม่ “อย่าห่วงแม่นะจ๊ะ เพราะลูกต้องไปเรียน” เสียงแม่ตะโกนมาจากนอกหน้าต่าง ฉันจึงโบกมือลาจนสุดสายตา  ฉันสุดแสนประทับใจเมื่อได้รู้ว่าแม่ห่วงใยฉันมากกว่าตัวท่าน  ขณะนั้นฉันอยากจะตะโกนดังๆว่า “ฉันรักท่าน”เช่นกัน

เมื่อศึกษาในชั้นปีที่สอง

ชีวิตครอบครัวของฉันดูเหมือนจะราบรื่นและมีความสุขเช่นครอบครัวอื่นๆ แต่แล้วเสาหลักของครอบครัวกลับผลักภาระทั้งหมดให้ตกอยู่กับแม่ 

ในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ 2553 เป็นช่วงเวลาที่ฉันกำลังสอบกลางภาค  พ่อเอ่ยคำตัดขาดจากชีวิตของแม่และฉัน 

มาชาอ.อัลลอฮ!(คำกล่าวที่ยิ่งใหญ่) ฉันรู้สึกสะท้านอารมณ์เหลือเกิน 

ไม่มีสิ่งใดที่ฉันจะพรรณนาถึงความรู้สึกในขณะนั้น 

ฉันอยู่ห่างจากกายแม่ด้วยระยะทางที่ไกลเหลือเกิน  ทำให้ฉันอยากกลับบ้านไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ 

ไม่มีใครรู้ถึงความคิดและเหตุผลพ่อ  รู้แต่เพียงว่าครั้งนี้คือเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในครอบครัวฉัน

ฉันได้ทราบจากยายบอกที่ให้รับรู้ว่าภายหลังจากที่พ่อกล่าวคำเด็ดขาดจากแม่   แม่แทบขาดใจ หมดกำลังใจต่อการใช้ชีวิต 

 แต่สำหรับฉันความเกลียดชังหรือไม่เคารพต่อท่านทั้งสองไม่เคยบังเกิดขึ้น แม้สายตาของชาวบ้านที่มองมาแสดงความดูถูก ตำหนิ  เย้ยหยันแม่  แต่แม่ไม่เคยโกรธ  ฉันไม่อาจเข้าใจในความรู้สึกของแม่ 

แต่สิ่งที่ทำได้ขณะนั้นก็ได้เพียงส่งแรงใจและกล่าวคำปลอบใจผ่านทางโทรศัพท์เพื่อให้แม่อยู่เพื่อฉันและน้อง  ฉันรับรู้ได้ถึงความทุกข์ของแม่ แต่ก็ทำได้เพียงฝากให้ญาติพี่น้องช่วยปลอบประโลมแม่และน้องสาว  ซึ่งรับรู้ทุกเรื่องราวและทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวแม่  การย้ายเข้าเรียนในโรงเรียนใหม่ของน้อง  ต้องใช้ค่าใช้จ่ายมากพอสมควร สภาพคล่องลดลง ส่งผลให้แม่ต้องตรากตรำมากเป็นทวีคูณ  ซึ่งแม่จำเป็นต้องหาอาชีพเสริมในช่วงชีวิตที่ลำบากและอัตคัต 

นอกจากตัวฉันแล้ว ซากีลลา และซัลมี คือ “ทุกสิ่งทุกอย่างของแม่”  แม่ไม่เคยเรียกร้องสินสมรสหรือสมบัติใดๆ จากพ่อ แต่สิ่งที่จะทำให้แม่ขาดใจ  หากพรากการจากทรัพย์สมบัติที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตนั่น คือ ลูกๆ  แม่ต้องเข้มแข็งเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกๆ เพราะต่อไปนี้แม่ต้องเป็นผู้นำครอบครัว สามารถเป็นทั้ง “พ่อ” “แม่” และ“เพื่อน” ในคนคนเดียวกัน  เพื่อสร้างความอบอุ่นและความมั่นใจแก่ฉันและน้องๆ

บนรถไฟ  จากต้นทางนครปฐม ถึงยะลา ตลอดเส้นทางของการเดินทางของฉัน เป็นระยะทางที่ไกลพอควรสำหรับสาวน้อยตัวเล็กๆคนหนึ่งวิตกกังวลเรื่องแม่ ฉันนั่งคิดอุปมาว่าแม่ของฉันเปรียบเช่น “ศิลปิน”ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่  ผู้สร้างศิลปะเพื่อให้เป็นผลงานที่คอยเติมเต็มให้แก่ชีวิต  ด้วยจิตวิญญาณแต่งแต้มจิตใจผู้คน  ซึ่งเราเลือกได้ด้วยตนเอง 

การแสวงหาความรักที่แสดงออกอย่างเป็นรูปธรรม  ซึ่งต้องสร้างสรรค์จากจินตนาการและความรู้สึก  มีศิลปินน้อยคนนักที่ทำได้  แต่ “แม่ของฉัน” เป็นศิลปินที่สามารถคัดสรรและนำวัสดุที่อาจรวมตัวได้หรือแบ่งแยกออกจากกันได้อย่างดีที่สุด  แม่ได้เลือกใช้วัสดุจากประสบการณ์ชีวิตโดยการเรียนรู้จากโลกกว้างมาสร้างสรรค์ผลงาน  ศิลปินท่านนี้ได้อบรมสั่งสอนฉันเพื่อให้ฉันมีความเป็นคน

โดยใช้วิธีขยำ บีบ นวด ตัด ขัด ขูด ปะ อย่างทะนุถนอมตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงวันนี้  ทำให้เกิดสัดส่วนที่มีความพอดี  ก่อนที่จะเติมเต็มความรักและความผูกพัน ผสานกับความดี ความงามและความจริง  สามสิ่งที่ก่อให้เกิดความสุขในตัวฉัน จากเธอที่รัก “ผู้ปั้นชีวิต”

เช้าวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2553 ฉันเดินทางถึงปลายทาง  ฉันพบกับภาพของแม่ที่กำลังที่กำลังยืนอ้าแขนรอรับอยู่ นาทีนั้นฉันวิ่งเข้าโอบกอดท่าน  วันนั้นฉันไม่เห็นน้ำตาของแม่แม้แต่หยดเดียวในวันนั้น  กำลังใจที่ฉันได้รับจากแม่ไม่เคยห่างหาย  มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะทางที่เราอยู่ไกลกัน 

วันนี้แม่ยังคงดูแลและสอนสิ่งดีๆ แก่น้อง  รวมทั้งยังคงให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อื่น แม้แม่จะไม่ได้เป็นบุคคลซึ่งเป็นที่รู้จักของคนหมู่มาก  แต่แม่ก็ไม่เคยมองข้ามการให้ความช่วยเหลือหรือการพัฒนาสังคม   แม่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ คำสอนของแม่ สอนให้ทำตัวเองให้มีคุณค่า สอนให้ไม่เห็นแก่ตัว  สอนให้กตัญญูรู้คุณ  สอนให้มีความอดทน อดกลั้น และอีกมากมาย

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ฉันจะต้องประพฤติและปฏิบัติตามให้ได้  ฉันเลือกที่จะปฏิบัติตามเพราะฉันรู้ว่าแม่ย่อมจะนำพาสิ่งที่ดีมาให้ฉัน  ฉันได้ปฏิบัติเสมอมาฉันได้รับตำแหน่งประธานขององค์กรเยาวชน 3 จังหวัดชายแดนใต้ “ศูนย์ฟ้าใสเครือข่ายเยาวชน จังหวัดยะลาในปี พ.ศ. 2549  ถึงปี พ.ศ. 2551 ”

ทุกครั้งที่แม่มีความทุกข์ ฉันมักจะเห็นแม่กลับมาเป็นคนเดิมภายในเวลาไม่นาน  ด้วยความที่แม่มักจะมีเรื่องตลกขบขัน มาเล่าให้ลูกฟังอยู่เสมอ  รอยยิ้มที่แม่เคยมียังคงตราตรึงในใจฉันตลอดเวลาและ อุปสรรคครั้งนี้คงไม่ยากนักสำหรับการก้าวพ้น  เรื่องราวของแม่ยังไม่จบลงง่ายๆ และคงยากที่จะบรรยายให้คนอื่นได้รับรู้ถึงความรู้สึกได้ดีเท่ากับตัวฉันรับรู้

ฉันภูมิใจที่ได้เกิดเป็นลูกแม่ “มาม๊าด๊ะ”  แม่ที่เข้มแข็งต่อทุกย่างก้าวของชีวิต  แม่คือผู้หญิงที่ประเสริฐที่สุด คอยปกป้อง โอบกอด ปลอบโยนและส่งพลังใจแก่เราผู้เป็นลูก เป็นแบบอย่างที่ยอดเยี่ยมในทุกด้าน 

เราในฐานะที่เป็นของฝากจากอัลลอฮ์(ซ.บ.)ที่ประทานให้แก่ท่าน การเป็นลูกที่กตัญญูต่อบุพการี (ลูกศอลิหฺ) ที่คอยปรนนิบัติและกระทำความดี  มีความถ่อมตน ไม่สร้างภาระและความเดือดร้อนแก่ท่าน  หมั่นขอดุอา(ขอพรจากพระเจ้า)ให้ท่านได้รับการอภัยโทษและความปรานีจากอัลลอฮฺ 

 เราลองย้อนกลับไป ว่าเราเคยทำอะไรให้แม่ต้องเจ็บช้ำน้ำใจ เคยทำให้ท่านต้องหลั่งน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่เพราะความผิดพลาดบ้างหรือไม่  ณ  เวลานี้เราดูแลท่านดีพอหรือยัง ถ้าเคยเป็นเช่นนั้นก็เตาบะฮ.(การกลับเนื้อกลับตัว)  แน่นอน “สวรรค์อยู่ใต้ฝ่าเท้ามารดา”

แต่จะมีค่าใดหากลูกที่เกิดมาไม่รู้คุณค่าของคำว่าแม่ (หากคุณย้อนเวลากลับไปได้เมื่อสาย คุณจะทำอย่างไรกับคำว่าลูกที่ดี ) ประโยคสั้นๆ ประโยคหนึ่ง  ที่สามารถเชื่อมความผูกพันระหว่างลูกกับแม่ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นจนไม่สามารถประมาณค่าได้เลยว่า “หนูรักแม่” ค่ะ

เรียงความ

นางสาวยูสลีซา   มาเจะมะ 
ต.กาลูปัง     อ.รามัน      จ.ยะลา   95140

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก