หมวดหมู่
หน้าหลัก       ยินดีต้อนรับสู่มุสลิมไทย โพสต์
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> เรื่องจริงอยากรู้
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ร่วมประณามอิสราเอลกับความโฉดในครั้งนี้เถิด

การโจมตีนองเลือดต่อกองเรือบรรเทาทุกข์ฉนวนกาซา นอกจากจะทำลายภาพลักษณ์ของอิสราเอลยับเยินไม่มีชิ้นดีแล้ว ยังทำให้ถูกโดดเดี่ยวมากขึ้นและเป็นความเสียหายครั้งใหม่ต่อการเจรจาสันติภาพกับปาเลสไตน์ที่เปราะบางอีกด้วย
       
เอมอส ออซ นักวิชาการชื่อดังของอิสราเอลกล่าวว่า ไม่เพียงปัญหาด้านภาพลักษณ์เท่านั้น แต่ยังเป็นหายนะด้านศีลธรรมสำหรับอิสราเอลด้วย“การปิดล้อมฉนวนกาซา ประชากรราว 1.5 ล้านคน หลังการลักพาตัว จิลาด ชาลิต ไม่ได้บรรลุความสำเร็จใด ๆ เลย” ชาลิตเป็นทหารยิวที่ถูกนักรบกาซาลักพาตัวไปตั้งแต่ปี 2550
       
อิสราเอลได้เพิ่มการปิดล้อมฉนวนกาซาเข้มงวดมากยิ่งขึ้น หลังจากขบวนการหัวรุนแรงฮามาสยึดอำนาจ ในวงล้อมของปาเลสไตน์เมื่อปี 2550 ขับไล่ปรปักษ์ในค่ายฟาตาห์ของประธา นาธิบดี มาห์มูด อับบาส ที่มีตะวันตกหนุนหลัง
       
ในปฏิบัติการเลือดเมื่อก่อนรุ่งอรุณวันจันทร์ที่ผ่านมา คอมมานโดอิสราเอลได้จู่โจมกองเรือนานาชาติที่กำลังมุ่งหน้าไปยังฉนวนกาซา เป็นการท้าทายการปิดล้อมดังกล่าว กองทัพบก อิสราเอลเปิดเผยว่า นักเคลื่อนไหวหนุน ปาเลสไตน์อย่างน้อย 9 คนบนเรือ รวมทั้งชาวตุรกี 4 คน ถูกฆ่าตายไปจากการปะทะที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมา
       
ภารกิจด้านมนุษยธรรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานการ กุศลตุรกี และนักเคลื่อนไหวส่วนใหญ่จากทั้งหมด 700 คนบนกองเรือ เป็น คนตุรกี
       
อาลอน ลีล อดีตนักการทูตประจำตุรกีกล่าวว่า จากมุมมองของอิสราเอล การโจมตีครั้งนี้ก่อให้เกิดภาพที่เลวร้ายที่สุด “กองทัพตกเป็นเหยื่อของการยั่วยุ”แต่ก็น่าจะพอมองออกแต่แรก นับแต่กองทัพได้ไฟเขียวจากรัฐบาลให้บุกขึ้นเรือแล้ว และผลจากการโจมตีน่าจะส่งผลกระทบร้ายแรงด้านความสัมพันธ์กับมุสลิมทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตุรกี อาจถึงขั้นตัดขาดหรืออย่างน้อยยกเลิก สัมพันธ์ทางการทูตกับอังการา ที่เสื่อมถอยอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว
       
แต่วิกฤติที่แท้จริง คือความสัมพันธ์กับปาเลสไตน์ ลีลกล่าว
       
อดีตนักการทูตกล่าวว่า ฮามาส กลายเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ และทำนายว่าการทำให้มีผู้เสียชีวิต  จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ยุติการเจรจาทางอ้อม ระหว่างอิสราเอลและทางการปาเลสไตน์ (นำโดยอับบาส) มากยิ่งขึ้น คำชี้แจงจากฝ่ายอิสราเอล เกี่ยวกับพฤติการณ์ของผู้โดยสารจำนวนมาก ไม่สามารถสร้างความชอบธรรม  ได้ในสายตาของโลกว่า “พลเรือนถูกสังหารจากเหตุเผชิญหน้ากับกองทัพประจำการ”
       
อิสราเอลอ้างว่า หน่วยคอมมาน โดจำเป็นต้องยิงเข้าใส่ผู้โดยสาร เพราะพวกเขาถูกโจมตีหลังขึ้นไปบนเรือ แน่นอนว่าคนเหล่านั้นต่อต้านการขึ้น  เรือของคอมมานโด “อย่างไรก็ตาม ฮามาสกลับผงาดแข็งแกร่งยิ่งขึ้นจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้” และในที่สุดแล้วอิสราเอลก็จำเป็นที่จะต้องยกเลิกการปิดล้อมฉนวนกาซา แล้วเปิดการเจรจากับ  ฮามาส ซึ่งยอมรับหลักการการสงบศึกที่ยาวนาน
       
สิ่งที่จะเกิดขึ้นจากเหตุการณ์โจมตีนองเลือดครั้งนี้คือ ความปรองดองแห่งชาติในหมู่ของชาวปาเลสไตน์ ที่รู้สึกว่าพวกเขาถูกอิสราเอลล้อมไว้รอบด้าน ขณะที่ชื่อเสียงของตุรกีจะเพิ่มขึ้น และมองว่าตนเองกำลังจะได้บทบาทผู้นำแห่งภูมิภาคกลับคืนมา
       
เหนืออื่นใด “อักษะแห่งตุรกี อิหร่าน ซีเรียและฮามาส จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น จากวิกฤติการทูตกับอิสราเอล”.

เลนซ์ซูม
Soure: การโจมตีนองเลือดต่อกองเรือบรรเทาทุกข์ฉนวนกาซา นอกจากจะทำลายภาพลักษณ์ของอิสราเอลยับเยินไม่มีชิ้นดีแล้ว ยังทำให้ถูกโดดเดี่ยวมากขึ้นและเป็นความเสียหายครั้งใหม่ต่อการเจรจาสันติภาพกับปาเลสไตน์ที่เปราะบางอีกด้วย
       
เอมอส ออซ นักวิชาการชื่อดังของอิสราเอลกล่าวว่า ไม่เพียงปัญหาด้านภาพลักษณ์เท่านั้น แต่ยังเป็นหายนะด้านศีลธรรมสำหรับอิสราเอลด้วย“การปิดล้อมฉนวนกาซา ประชากรราว 1.5 ล้านคน หลังการลักพาตัว จิลาด ชาลิต ไม่ได้บรรลุความสำเร็จใด ๆ เลย” ชาลิตเป็นทหารยิวที่ถูกนักรบกาซาลักพาตัวไปตั้งแต่ปี 2550
       
อิสราเอลได้เพิ่มการปิดล้อมฉนวนกาซาเข้มงวดมากยิ่งขึ้น หลังจากขบวนการหัวรุนแรงฮามาสยึดอำนาจ ในวงล้อมของปาเลสไตน์เมื่อปี 2550 ขับไล่ปรปักษ์ในค่ายฟาตาห์ของประธา นาธิบดี มาห์มูด อับบาส ที่มีตะวันตกหนุนหลัง
       
ในปฏิบัติการเลือดเมื่อก่อนรุ่งอรุณวันจันทร์ที่ผ่านมา คอมมานโดอิสราเอลได้จู่โจมกองเรือนานาชาติที่กำลังมุ่งหน้าไปยังฉนวนกาซา เป็นการท้าทายการปิดล้อมดังกล่าว กองทัพบก อิสราเอลเปิดเผยว่า นักเคลื่อนไหวหนุน ปาเลสไตน์อย่างน้อย 9 คนบนเรือ รวมทั้งชาวตุรกี 4 คน ถูกฆ่าตายไปจากการปะทะที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมา
       
ภารกิจด้านมนุษยธรรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานการ กุศลตุรกี และนักเคลื่อนไหวส่วนใหญ่จากทั้งหมด 700 คนบนกองเรือ เป็น คนตุรกี
       
อาลอน ลีล อดีตนักการทูตประจำตุรกีกล่าวว่า จากมุมมองของอิสราเอล การโจมตีครั้งนี้ก่อให้เกิดภาพที่เลวร้ายที่สุด “กองทัพตกเป็นเหยื่อของการยั่วยุ”แต่ก็น่าจะพอมองออกแต่แรก นับแต่กองทัพได้ไฟเขียวจากรัฐบาลให้บุกขึ้นเรือแล้ว และผลจากการโจมตีน่าจะส่งผลกระทบร้ายแรงด้านความสัมพันธ์กับมุสลิมทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตุรกี อาจถึงขั้นตัดขาดหรืออย่างน้อยยกเลิก สัมพันธ์ทางการทูตกับอังการา ที่เสื่อมถอยอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว
       
แต่วิกฤติที่แท้จริง คือความสัมพันธ์กับปาเลสไตน์ ลีลกล่าว
       
อดีตนักการทูตกล่าวว่า ฮามาส กลายเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ และทำนายว่าการทำให้มีผู้เสียชีวิต  จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ยุติการเจรจาทางอ้อม ระหว่างอิสราเอลและทางการปาเลสไตน์ (นำโดยอับบาส) มากยิ่งขึ้น คำชี้แจงจากฝ่ายอิสราเอล เกี่ยวกับพฤติการณ์ของผู้โดยสารจำนวนมาก ไม่สามารถสร้างความชอบธรรม  ได้ในสายตาของโลกว่า “พลเรือนถูกสังหารจากเหตุเผชิญหน้ากับกองทัพประจำการ”
       
อิสราเอลอ้างว่า หน่วยคอมมาน โดจำเป็นต้องยิงเข้าใส่ผู้โดยสาร เพราะพวกเขาถูกโจมตีหลังขึ้นไปบนเรือ แน่นอนว่าคนเหล่านั้นต่อต้านการขึ้น  เรือของคอมมานโด “อย่างไรก็ตาม ฮามาสกลับผงาดแข็งแกร่งยิ่งขึ้นจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้” และในที่สุดแล้วอิสราเอลก็จำเป็นที่จะต้องยกเลิกการปิดล้อมฉนวนกาซา แล้วเปิดการเจรจากับ  ฮามาส ซึ่งยอมรับหลักการการสงบศึกที่ยาวนาน
       
สิ่งที่จะเกิดขึ้นจากเหตุการณ์โจมตีนองเลือดครั้งนี้คือ ความปรองดองแห่งชาติในหมู่ของชาวปาเลสไตน์ ที่รู้สึกว่าพวกเขาถูกอิสราเอลล้อมไว้รอบด้าน ขณะที่ชื่อเสียงของตุรกีจะเพิ่มขึ้น และมองว่าตนเองกำลังจะได้บทบาทผู้นำแห่งภูมิภาคกลับคืนมา
       
เหนืออื่นใด “อักษะแห่งตุรกี อิหร่าน ซีเรียและฮามาส จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น จากวิกฤติการทูตกับอิสราเอล”.

เลนซ์ซูม
Source: http://www.dailynews.co.th

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
บทความที่น่าสนใจ
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก